
กิตติรัตน์ค้านแปรรูปตลท.
“กิตติรัตน์” มาแล้ว ไม่สนับสนุนแปรรูป ตลท. เหตุตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งพอ
“กิตติรัตน์” มาแล้ว ไม่สนับสนุนแปรรูป ตลท. เหตุตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งพอ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และอดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวยังคงไม่เห็นด้วยที่สนับสนุนให้ตลาดหลักทรัพย์มีการแปรรูปหรือปรับโครงสร้างองค์กร
ทั้งนี้ มองว่าตลาดหลักทรัพย์ที่มีการแปรรูป เป็นเพราะสภาพตลาดมีความอ่อนแอ ซึ่งตรงข้ามกับตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแกร่ง ประกอบกับตั้งแต่อดีตที่ให้บริษัทหลักทรัพย์เข้ามาเป็นสมาชิกจนมีกำไร ตลท.ก็มีส่วนของทุนที่แข็งแรงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
“ตามแผนพัฒนาตลาดทุนที่จัดทำทั้งหมด 8 ข้อ ได้ยกเรื่องแปรรูปไว้ตั้งแต่ข้อ 1-2 แต่ความจริงคนในวงการตลาดทุนหรือผู้บริหาร ตลท.สามารถดำเนินการพัฒนาทุนที่นำเสนอในข้อ 3-8 ได้เลย โดยไม่ต้องให้การแปรรูปเกิดขึ้นก่อนก็ได้ และผมยังเชื่อมั่นในความถูกต้องของตัวเองว่า ตลาดหุ้นไทยไม่ควรแปรรูป ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนจะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การแปรรูปตลาดทุนไทยเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ตลาดทุนไทยต้องมีการแข่งขันให้ทัดเทียมกับตลาดทุนในระดับสากลที่มีการแข่งขันเสรี ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการให้มีความเหมาะสม
ก่อนหน้านี้ผู้บริหารในตลาดทุนโล่งอกที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)รับตำแหน่ง รมว.คลัง เพราะมีความรู้และเข้าใจตลาดทุนเป็นอย่างดี พร้อมสนับสนุนการแปรรูป ตลท. แต่หากรัฐบาลชุดนี้ไม่ให้การสนับสนุนเรื่องการแปรรูป ตลท. ก็อาจจะทำให้ตลาดทุนไทยแข่งขันกับตลาดเพื่อนบ้านไม่ได้ และทำให้แผนการเชื่อมตลาดทุนอาเซียนต้องสะดุดหรือล่าช้าออกไป
สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับตัวลง สวนทางดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นแรงถึง 213 จุด ส่วนดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่จุดต่ำสุดของวันระดับ 1,077.02 จุด ลดลง 9.30 จุด หรือ 0.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขายบางตา 27,850 ล้านบาทขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายน้อยลงเหลือเพียง 403 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยมีลุ้นที่จะได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน จากดัชนีมอร์แกน สแตนเลย์ หรือ MSCI ซึ่งจะทราบผลการทบทวนในวันที่ 17 ส.ค.นี้ และจะมีผลต่อราคาหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าหรือถอดออก จากการคำนวณดัชนีมีผลสิ้นเดือน ส.ค.นี้
“มีโอกาสสูงที่ตลาดหุ้นไทยจะได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น อิงจากอัตราการเปลี่ยนแปลงตลาดหุ้นภูมิภาคช่วงที่ผ่านมา เพราะดูดีกว่าตลาดหุ้นหลักๆ อย่างฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน ทำให้มูลค่าตลาดโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นพัฒนาและตลาดหุ้นหลัก” บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ







