
จับเพิ่มรีสอร์ตโคราชใช้ที่ดินสปก.ทำธุรกิจ
ยิ่งตรวจยิ่งเจอ รีสอร์ตเถื่อนลอบใช้ที่ดิน ส.ป.ก.หาประโยชน์ผิดประเภท โคราชเจอเพิ่ม 14 แห่ง
ยิ่งตรวจยิ่งเจอ รีสอร์ตเถื่อนลอบใช้ที่ดิน ส.ป.ก.หาประโยชน์ผิดประเภท โคราชเจอเพิ่ม 14 แห่ง
นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าผลตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก.ในเขต อ.วังน้ำเขียว และ อ.ไทยสามัคคี จ.นครราชสีมา ตามนโยบาย รมว.กระทรวงเกษตรฯให้ สอบให้เสร็จภายใน 2เดือน 25 ส.ค.30ก.ย. ในพื้นที่สปก. 2.4 แสนไร่ เกษตรกร ได้รับสปก.4-01ให้ 6.4 พันรายผลจากการตรวจสอบเบื้องต้น 15 วันซึ่งตรวจได้ 725 ราย 915 แปลงพบว่าทำผิดเพิ่มเติมอีก 14 แห่ง เพราะใช้ที่ดินทำรีสอร์ต รวมกับรายเดิมที่ตรวจพบว่าทำผิดก่อนหน้านี้ 21 แห่ง เท่ากับขณะนี้มีผู้ทำผิดร่วม 35 แห่ง
ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้มีหนังสือไปถึงเกษตรกรที่ได้รับ ส.ป.ก. 4-01 รายเดิมให้มารายงานตัวพร้อมหลักฐานและการเข้าทำประโยชน์ภายใน 15 วัน นับแต่ได้หนังสือจาก ส.ป.ก. หากไม่มารายงานตัวจะดำเนินการสั่งให้สิ้นสิทธิ ส.ป.ก. 4+01 และต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายใน 30 วัน“ในส่วนของ 21 รีสอร์ทแรกที่เป็นรีสอร์ทเป้าหมายนั้นพบว่ามีเพียง 1 รายคือ กระท่อมหินนันทภัค ของนางพรทิพย์ สุรคุปต์ ที่เป็นเกษตรกรดั่งเดิมที่ได้รับสปก.4-01 จำนวน 42 ไร่ ที่เปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากเกษตรกรรมเป็นรีสอร์ท ในขณะที่ที่เหลือเป็นผู้ซื้อที่ดินต่อฉะนั้น หลังจากสปก.มีหนังสือแจ้งเตือนให้กลับมาทำประโยชน์แล้ว กรณีเป็นเกษตรกรที่ได้สปก. 4-01 สปก.หากทำรีสอร์ทต้องกลับมาทำเกษตร ใน 30 วันไม่กลับมาทำเกษตรสปก.จะสั่งสิ้นสิทธิ์ยึดที่ดินคืน กรณีเป็นเกษตรกรที่ขายต่อไม่กลับมาทำการเกษตรใน 30 วันสปก.จะสั่งให้สิ้นสิทธิ์ยึดที่ดินคืนและรื้อถอนรีสอร์ทรวมทั้งฟ้อง แพ่งและอาญาต่อนายทุนที่ครอบครองแทน ส่วนการตรวจสอบที่เหลือยืนยันว่าเสร็จสิ้นทัน30ก.ย. แน่นอน ”นายสถิตย์พงษ์กล่าว
“น่าเสียดายสำหรับรีสอร์ตที่ต้องรื้อถอน เพราะหากมีการมอบให้ ส.ป.ก. นำไปทำอาคารสัมมนาหรือฝึกอบรมก็ได้ แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะตอบสังคม เพราะฉะนั้นมีทางเดียว คือ รื้อถอน คืนสภาพพื้นที่เท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด หรือ ค.ป.จ. กำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว” รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวด้วยเพราะ เป็น สถานที่ที่รองรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเข้าไปพักที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ ซึ่งทางจังหวัดก็กำลังคิดว่าเมื่อเป็นสถานที่เอื้อต่อเศรษฐกิจและสังคมอาจจะใช้ช่องทางการให้เช่าที่ดินได้ เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่มีการกดดันอย่างหนักทั้งประชาชน นายทุน ที่เสียประโยชน์ ทำให้ขณะนี้เกิดความพยายามที่จะยื้อไม่เข้าสู่ขบวนการตรวจสอบของสปก.และกรมป่าไม้ ซึ่งในกรณีนักการเมืองท้องถิ่นหลายรายก็อยู่ในกลุ่ม 6 หมื่นไร่ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการจัดเอกสาริสิทธิ์สปก.401 สำหรับในการแก้ไขกฎหมายสปก.นั้นตนเห็นว่าหากตราบใดยังไม่สามารถเข้มงวดหรือจัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินสปก.ได้ก็เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขกฎหมายออกมาเพื่อบริหารจัดการที่ดินของรัฐได้เพราะประชาชนส่วนมากคงยากที่จะยอมรับ







