
ครึ่งปีหลังรถเล็กยังแรงทุกค่ายโหมชิงแชร์2แสนคัน
ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือตลาดรถยนต์ระดับบีเซ็กเมนต์ในประเทศไทย
ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือตลาดรถยนต์ระดับบีเซ็กเมนต์ในประเทศไทย
ถือเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นตลาดรถยนต์นั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมียอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 2 แสนคันในปีนี้
สำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ตลาดรถยนต์กลุ่มบีเซ็กเมนต์มียอดจำหน่ายแล้ว 1.18 แสนคัน เติบโตขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ที่มียอดจำหน่าย 86,355 คัน ซึ่งยอดขายดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วน 25% ของตลาดรถยนต์รวม และมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์นั่งรวมถึง 61%
สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังตลาดรถยนต์บีคาร์ ก็น่าจะเป็นตลาดที่ค่ายรถยนต์ให้ความสำคัญมากที่สุด
วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ระดับบีเซ็กเมนต์ เหมาะสมกับผู้บริโภคชาวไทย และยังไม่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจนจากการเปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์
“ในปีนี้เกิดปัญหาสึนามิในช่วงต้นปี ทำให้ทุกค่ายไม่สามารถส่งรถได้ทัน พอแก้ปัญหาได้ ทุกคนก็ต้องกลับมาทำงานหนักกันเพื่อเร่งส่งมอบรถให้กับลูกค้า อย่าง โตโยต้า วีออส ปัจจุบันมียอดจองเดือนละ 8,000-9,000 คัน แต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องแบ็กออร์เดอร์ ที่มีอยู่ราว 2 เดือน และเชื่อว่าในช่วงสิ้นปีอาจจะมียอดขายถึงเดือนละ 1 หมื่นคันได้ ซึ่งจะทำให้วีออสเป็นรถยนต์นั่งรุ่นแรกของไทยที่มียอดขายทะลุ 1 หมื่นคันต่อเดือน”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องปรับปรุงเร่งด่วน คือ การปรับไลน์การผลิตให้เหมาะสม ซึ่งแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มส่งมอบชิ้นส่วนได้ทั้ง 100% แล้ว แต่ที่โรงงานเกตเวย์ ก็ต้องแบ่งไลน์การผลิตสำหรับรถแต่ละรุ่นและแบ่งสัดส่วนตลาดในประเทศและตลาดส่งออกให้พอเพียงเช่นกัน
สำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเมินว่าตลาดรถยนต์จะแข่งขันกันไม่รุนแรงนัก เนื่องจากผู้ผลิตทุกรายต้องเร่งส่งมอบสินค้าที่ผลิตได้ให้กับลูกค้าทั้งหมด ทำให้ภาพการแข่งขันที่แท้จริงจะเห็นชัดเจนในช่วงปี 2555 เป็นต้นไป
ขณะที่ โชอิจิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ก็ได้ปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันเช่นกัน โดยได้ปรับโฉมมาสด้า 2 ใหม่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นพรีเมียมบีคาร์ พร้อมเปลี่ยนชื่อรถทั้งสองรุ่นเพื่อให้มีความชัดเจนในการทำตลาด โดย มาสด้า 2 แฮตช์แบ็กเปลี่ยนชื่อเป็นมาสด้า 2 สปอร์ต และมาสด้า 2 ซีดาน เปลี่ยนชื่อเป็นมาสด้า 2 เอลิแกนซ์ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ โดยทำการปรับราคาราว 2 หมื่นบาท ซึ่งน้อยกว่าราคาอุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามา
"ปีนี้เราประกาศปรับเป้าหมายการขายจาก 3.85 หมื่นคันเพิ่มเป็น 4.15 หมื่นคัน โดยตลาดที่ผลักดันยอดจำหน่ายมากที่สุดก็คือมาสด้า 2 ที่ปรับเป้าหมายเพิ่ม 2,000 คันเป็น 2.6 หมื่นคันในปีนี้"
นอกจากนี้ บรรดาผู้ประกอบการที่ทำตลาดรถยนต์นั่งระดับบีเซ็กเมนต์ ต่างก็มีตัวเลขยอดจำหน่ายและยอดจองที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น โดยเชฟโรเลตประกาศผลักดันเชฟโรเลต เอวีโอเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มซีเอ็นจี ที่เข้ามาผลักดันยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง จนมียอดค้างส่งมอบอยู่ 1-2 เดือน
ฝั่งค่ายฮอนด้าที่แม้จะซุ่มเงียบเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องไลน์การผลิตและการส่งมอบรถยนต์อีโคคาร์อย่างบริโอ้อยู่ในปัจจุบัน แต่ก็มีรายงานข่าวมาว่าไม่เกินไตรมาส 3 นี้ จะผลักดันฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี เข้าตลาด
ขณะที่นิสสันที่ดูว่าจะแผ่วเบาลงไปในกลุ่มรถยนต์บีเซ็กเมนต์ แต่ต้องจับตาดูโครงการรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูรุ่นใหม่ ที่จะขึ้นไลน์ผลิตในเดือน ก.ย.นี้ และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่เกินเดือน ต.ค. ซึ่งอีโคคาร์ตัวใหม่ของนิสสันนั้นจะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น และท้าชนรถยนต์ระดับบีคาร์ด้วย
เพราะตลาดโตวันโตคืน และค่ายรถทุกรายต่างมุ่งเข้ามาแข่งขัน จึงไม่น่าแปลกใจหากถนนทุกสายจะเต็มไปด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็ก!!!







