
อ้อนรัฐบาลอุ้มธุรกิจ
เสริมแกร่งแข่งเวทีตลาดโลกแก้คอร์รัปชัน-ลดคุมของแพง
เสริมแกร่งแข่งเวทีตลาดโลกแก้คอร์รัปชัน-ลดคุมของแพง
สภาหอการค้าไทย สภาอุตฯ ระดมข้อเรียกร้อง เสนอรัฐบาลใหม่ เสริมแกร่งภาคธุรกิจ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลใหม่กำหนดนโยบายพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้ชัดเจนเพื่อให้อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15 ภายใน 5 ปี จากปี 2554 ที่สถาบันการพัฒนาบริหารจัดการ (ไอเอ็มอี) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ จัดอันดับของไทยอยู่ที่ 26 ซึ่งภาคเอกชนมองว่ามีความเป็นไปได้ แต่รัฐบาลต้องกำหนดวิสัยทัศน์ประเทศระยะยาว 10-20 ปี เหมือนมาเลเซียที่กำหนดว่าปี 2563 จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว
อุปสรรคสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอยู่ที่การคอร์รัปชัน หากรัฐบาลแก้ได้รัฐจะมีงบประมาณไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างเต็มที่
“เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ภาคเอกชนก็จะบอกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าให้จริงจังกับเรื่องดังกล่าว เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็นนโยบายที่ชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์ของประเทศเลย ซึ่งนโยบายรัฐบาลที่ทำให้ช่วง 36 เดือน ไม่ถือเป็นวิสัยทัศน์ เพราะเป็นเรื่องระยะสั้น” นายดุสิต กล่าว
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมจะนำเสนอยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อรัฐบาล รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว ต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบ
โครงการที่เน้น ต้องการให้รัฐเข้ามาดูแล ได้แก่ โครงการเมกะโปรเจกต์ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัญหาเงินเฟ้อ ส่วนมาตรการตรึงราคาสินค้าต้องทยอยปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งผลักดัน 5 เรื่อง คือ 1.แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ เช่น ยกเลิกใช้สินบนนำจับ 2.ส่งเสริมเขตอุตสาหกรรมชายแดน แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยใช้แรงงานต่างด้าวแบบเช้าเย็นกลับเพื่อให้แรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดนเดินทางเข้ามาทำงานในไทยได้
3.ค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ควรจะเข้ามาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันทั้งหมด เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน 4.ต้องการให้รัฐบาลประกาศลดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และ 5.กำหนดทิศทางพลังงานให้ชัดเจน







