posttoday
แบงก์วายุภักษ์ขยับปีก

แบงก์วายุภักษ์ขยับปีก

15 กุมภาพันธ์ 2553

ธนาคารกรุงไทยกำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญอีกระลอก เป็นการปรับทั้ง “กรรมการและยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ” เพื่อให้สามารถทำงานได้ทั้งสองขา

ขาหนึ่ง ต้องเป็นธนาคารรัฐที่ต้องตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อีกขาหนึ่ง ต้องสามารถแข่งขันกับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่นับวันจะดุเดือด ชนิดใครไม่ขยับมีโอกาสแพ้พ่ายในธุรกิจได้ง่าย

แม้ปัจจุบันขีดความสามารถในการทำธุรกิจของธนาคารกรุงไทยต้องถือว่าดีมากๆ ปีที่แล้วมีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งสุดในธนาคารขนาดใหญ่

ปีนี้มีการประเมินว่า กำไรฟื้นตัวขึ้นจากลบ 4% มาอยู่ที่ 19%

สินเชื่อมีอัตราการขยายตัวดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองที่มากมายถึง 1.6 หมื่นล้านบาท หนี้เสียต่ำกว่า 8%

แม้กระนั้นก็ต้องปรับทัพขยับยุทธศาสตร์กันใหม่

ขั้นแรก ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารกรุงไทย ครั้งที่ 3/2553 (767) มีมติแต่งตั้ง พงษ์เทพ ผลอนันต์ กรรมการ บริหารและกรรมการการเงินในบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร มาดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคาร แทนพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักเศรษฐศาสตร์ผู้แดงเดือดและพิสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศสเป็นชีวิตจิตใจ

พงษ์เทพนั้นถือว่าเป็นมือการเงินของกลุ่มภัทร เป็นศิษย์เก่าหลักสูตร MBA รุ่นที่ 3 ปี 2528 สนิทแนบ แน่นเป็นน้องรักของ “วิโรจน์ นวลแข” อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย

ถือเป็นลูกน้องสายเลือด “โอวีวิชิราวุธ” เช่นเดียวกับ บรรยง พงษ์พานิช, ศรีภพ สารสาส, กิตติศักดิ์ สพโชคชัย ที่วิโรจน์รักใคร่ไว้วางใจยิ่งนัก

ทิ้งช่วงอีกนิดหนึ่ง ข้อมูลเชิงลึกแจ้งว่า คณะกรรมการธนาคารที่มี สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ส่งเทียบไปเชื่อเชิญ นฤนาท รัตนะกนก กรรมการบริหาร บริษัท ลีฟสมาร์ท และกรรมการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มือดีทางด้านการเงินและการตลาดอีกคนมาเป็นกรรมการธนาคารอีกหนึ่งคน

นฤนาทนั้นแม้จะเริ่มงานที่ Citicorp Finance and Secutities แต่มายิ่งใหญ่และฝากฝีมือไว้หลายด้าน ในห้วงการเป็นกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ

นฤนาทนั้นเป็นคนที่ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง แนะนำให้ อนุตร จาติกวณิช กรรมการผู้จัดการบริษัท พลังงานอุตสาหกรรม และบริษัท เอช เพาเวอร์ รวมถึงบริษัท โกลว์ เหมราช ดึงมาร่วมงาน ร่วมหุ้นในลีฟสมาร์ท

พร้อมๆ แนะนำให้ดึง ธงชัย ศรีสมบูร ณานนท์ น้องชายของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” มาตั้งบริษัท ลีฟสมาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทอิสระที่ให้คำปรึกษาด้านการเงินระดับมืออาชีพแก่ผู้บริโภครายย่อยที่ต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งสองคนนั้น “ผู้ใหญ่” คาดหวังว่า เมื่อเข้ามานั่งเป็นกรรมการในธนาคารกรุงไทย แล้วจะใช้ทักษะความเป็นนักการเงิน นักวาณิชธนกิจ ที่ต้องเป็นมือประสานสิบทิศและความเชี่ยวชาญด้านการตลาดขับเคลื่อนให้ธนาคารกรุงไทยวิ่งติดลมบน มากกว่าปล่อยให้ใครบางคนใช้ธนาคารรัฐแห่งนี้สนองอารมณ์ตัวเอง

คอยดูกันต่อไปว่าแนวการทำงานของ “พงษ์เทพนฤนาท” ที่เป็นเสมือนตัวแทนของ “วิโรจน์และจาติกวณิช” จะผลักดันให้การทำงานในธนาคารกรุงไทยไหลลื่นเหมือนที่วิโรจน์เคยขับเคลื่อนหรือไม่

สามารถปลดล็อกขั้นตอนความเป็นธนาคารรัฐ และตั้งการ์ดที่แข็งทื่อเป็นตำราวิชาการเหมือนที่ “ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์” ประธานกรรมการบริหารพยายามรักษาภาพได้หรือไม่

ถ้าทำไม่ได้ คนที่อาจโดนลูกหลงไปเต็มๆ ต้องเป็น กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังแน่ๆ

สถิตย์บอกว่า นอกจากเรื่องคนแล้ว ธนาคารกรุงไทยจะปรับใหญ่ด้วยการเป็นธนาคารที่จะให้การสนับสนุนธนาคารชุมชน ไมโครไฟแนนซ์ สหกรณ์ กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ฯลฯ

“ต่อไปกลุ่มเหล่านี้ต้องการเงิน เราจะเข้าไปสนับสนุนสร้างให้กลุ่มเหล่านี้เป็นเครือข่ายที่จะส่งเงินไปถึงมือประชาชนในระดับฐานราก เหมือนเป็นกัมประโดให้กับกรุงไทย ส่วนเรื่องดอกเบี้ยนั้นก็ต้องให้ผู้กู้ไปแข่งขันได้” สถิตย์ กล่าว

ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทยยังแบไต๋อีกว่า ต่อไปยุทธศาสตร์การทำงานของธนาคารกรุงไทยจะเปลี่ยนไปมาก นอกจากต้องตอบสนองรัฐเป็นแขนขาการทำงานในเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพแล้ว ต้องสามารถแข่งขันกับธุรกิจได้

แข่งได้ทั้งการเป็นผู้นำด้านการบริการ และการเป็นผู้นำด้านดอกเบี้ย

การนำร่องปล่อยกู้ให้กับกลุ่มผู้รับเหมาในโครงการไทยเข้มแข็ง คือการชิมลางว่ามีปัญหาและอุปสรรค รวมถึงต้อนทุนทางการเงินเป็นอย่างไร

ต่อไปรูปแบบการให้บริการจะหลากหลายรวดเร็วขึ้น ในการเข้าไปสนับสนุนกลุ่มที่ทำธุรกิจกับรัฐบาล

ขณะที่ธุรกิจรายย่อยนั้น สถิตย์บอกว่า นี่ก็เป็นยุทธศาสตร์หลักที่ธนาคารกรุงไทยต้องเดินเข้าไปช่วงชิงกับตลาด

ปีที่แล้วสินเชื่อรายย่อยแค่ 2.7 แสนล้านบาทนั้น สถิตย์บอกว่าน้อยไปเมื่อเทียบกับขนาดและศักยภาพของความเป็นธนาคารรัฐแห่งนี้ เมื่อได้คนใหม่ ทีมใหม่ ก็ต้องขอลุยลูกค้ารายย่อยเต็มสูบ อย่างน้อยๆ ปีนี้ต้องทะลุ 1.5 แสนล้านบาท

เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัว ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ฝ่ายการเมืองข้าราชการประจำ ต้องดูแลผลตอบแทนของธนาคารรัฐแห่งนี้ ที่กำลังขับเคลื่อนแบงก์วายุภักษ์ให้ขยับปีก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน