
ฟื้นกองทุนฯร่วมทุนธุรกิจอุ้มเอสเอ็มอี
เตรียมฟื้นกองทุนร่วมลงทุน เสนอรัฐบาล แก้รูปแบบเอื้อธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งลงทุนดอกเบี้ยต่ำ
เตรียมฟื้นกองทุนร่วมลงทุน เสนอรัฐบาล แก้รูปแบบเอื้อธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งลงทุนดอกเบี้ยต่ำ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผย ว่า ในการประชุมชี้แจงแผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สสว.เตรียมจะนำเสนอแนวทางการใช้กองทุนร่วมลงทุนของ สสว.ต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยจะปรับปรุงรูปแบบการร่วมลงทุนใหม่ให้เหมาะสม จากรูปแบบเดิมที่เคยมีปัญหา โดยอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบจากเกาหลี
รูปแบบการร่วมลงทุนจะดำเนินการในลักษณะ สสว.ไปร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ แล้วเข้าไปลงทุนกับผู้ผลิตขนาดเล็ก สร้างเป็นเครือ ข่ายการผลิตที่เข้มแข็ง ดึงคนที่มี ความสามารถเข้ามาช่วย
นอกจากนี้ ในการจัดทำแผนเช่น สสว.ไปร่วมกับบริษัทที่มีความสามารถในการออกแบบเสื้อผ้า และเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้า เป็นต้น ส่วนการร่วมลงทุนแบบเดิมจะนำไปศึกษาข้อดี และข้อเสีย และนำมาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้การร่วมลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด **“เครื่องมือนี้จะเป็นส่วนช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย และไม่ต้องเผชิญกับภาวะดอกเบี้ยสูง สามารถแก้ไขสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ โดยสสว.จะคัดเลือกการร่วมลงทุนมาขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเหมือนในช่วงที่ผ่านมา” นายยุทธศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ปัญหาเก่าที่ค้างอยู่ คือ มีบริษัทที่เข้าร่วมลงทุนต้องการออกจากสัญญาการร่วมทุนก่อนกำหนด โดยร้อนเรียนให้สสว.ถอนหุ้นออกไปก่อนหมดสัญญา และขอให้ยกเว้นการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนจากสัญญาที่กำหนดไว้ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้สสว. 8% จากราคาหุ้นนั้น ทุกอย่างก็ต้องดำเนินการ และพิจารณาตามสัญญาที่กำหนดไว้
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555-2559 มีหลายส่วนได้ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ของรัฐบาล เช่น การเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อป เพิ่มเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการใหม่จาก 3,000-4,000 รายต่อเดือน เป็น 5,000 รายต่อเดือนซึ่งสอดคล้องกับโครงการกองทุนตั้งตัวของรัฐบาล โดยหากรัฐบาลมีวงเงินเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ จะทำให้ผู้ประกอบการเกิดใหม่ได้เร็ว โดยสสว.ก็เตรียมจะฟื้นโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ขึ้นมาเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ได้ปรับการใช้งบประมาณใหม่ ตั้งงบสำหรับการใช้เกิน 12 เดือนได้ ซึ่งจะใช้กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาดูแล แทนการ ใช้งบโดยตรงจากภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของแต่ละโครงการให้มีความต่อเนื่อง และเป็นโครงการระยะยาวมากขึ้น จากเดิมที่ต้องขอใช้งบ 12 เดือน อาจจะเริ่มใช้แผนใหม่ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะคาดว่ากว่ารัฐบาลจะพิจารณางบประมาณใหม่คงต้องใช้เวลา







