posttoday
มือถือเสี่ยงเนื้องอก60%วางไว้ที่หัวนอน

มือถือเสี่ยงเนื้องอก60%วางไว้ที่หัวนอน

04 สิงหาคม 2554

สบท. ชี้ชัด ผู้ใช้มือถือไทยกว่า 60% วางมือถือไว้หัวนอน เสี่ยงเนื้องอก 24 ชั่วโมง ย้ำข้อมูลมะเร็งของฮู

สบท. ชี้ชัด ผู้ใช้มือถือไทยกว่า 60% วางมือถือไว้หัวนอน เสี่ยงเนื้องอก 24 ชั่วโมง ย้ำข้อมูลมะเร็งของฮู

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. เปิดเผยว่า ผลสำรวจของ สบท.ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบคโพลล์ พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกในสมอง โดยได้รับคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่แม้ไม่ได้ใช้งาน จากพฤติกรรมนิยมวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่หัวเตียง พร้อมกับเปิดเครื่องไว้ในเวลานอนสูงถึง 64.5%

ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลทางวิชาการขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยก่อมะเร็งประเภท 2B หรือเป็นไปได้ที่จะก่อมะเร็ง และกลุ่มที่ใช้โทรศัพท์มากกว่า 1,640 ชั่วโมง จะมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการเป็นมะเร็งสมองชนิด Glioma หรือเนื้องอกในสมองข้างเดียวกับที่ใช้โทรศัพท์ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับคลื่นสูงที่สุด

นอกจากนี้ ยังเสี่ยงเกิดเนื้องอกส่วนอื่นๆ ซึ่งผู้ใช้นิยมใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋ากระโปรง 41.6%

การป้องกันหรือลดความเสี่ยงเบื้องต้น คือ ให้ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรี หรือระบบบลูทูธที่จะช่วยให้ให้ผู้ใช้ได้รับพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่ำกว่าการใช้ผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือโดยตรงถึง 100 เท่า และการใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีแบบมีสาย หรือหูฟังจะช่วยลดการได้รับพลังงานที่สมองลงประมาณ10% แต่ไม่ควรเกี่ยวไว้ที่หูตลอดเวลาเมื่อไม่ได้ใช้งาน รวมทั้งเครื่องโทรศัพท์ 3 จี จะปล่อยพลังงานน้อยกว่าโทรศัพท์จีเอสเอ็มเฉลี่ยประมาณ 100 เท่า

นอกจากนี้ หากไม่ใช้โทรศัพท์มือถือก็ควรไว้ให้ห่างตัวโดยเฉพาะศีรษะ โดยไม่ควรวางไว้ที่หัวเตียงและเปิดเครื่องทิ้งไว้ เพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยไม่จำเป็นน.พ.ประวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้เคยเป็นกระทู้ในรัฐสภาของไทยและกระทรวงสาธารณสุขในปี 2544 โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ได้ตอบกระทู้ตอนหนึ่งว่า ได้เคยประชาสัมพันธ์แนะนำเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังไว้ 3 ประการคือ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ

สำหรับข้อมูลทางวิชาการที่ฮูได้ตีพิมพ์ก่อนหน้านี้ระบุว่า การถือโทรศัพท์แนบหูทำให้เกิดการดูดซับพลังงานที่สมอง ซึ่งปริมาณการดูดซับขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวเครื่องและเสาอากาศ ลักษณะการใช้ และระดับสัญญาณระหว่างตัวเครื่องและสถานีฐาน ที่สำคัญคือ สมองเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 2 เท่า และไขกระดูกของกระโหลกศีรษะเด็กจะได้รับคลื่นมากกว่าผู้ใหญ่ 10 เท่า


 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI