posttoday
กสิกรไทยขอเป็นที่1ทุกด้าน

กสิกรไทยขอเป็นที่1ทุกด้าน

03 สิงหาคม 2554

ผลจากความต่อเนื่องในการทำงานแบบแท็กทีมของ 4 ภูมิ หรือ 4 ผู้บริหารระดับสูง

ผลจากความต่อเนื่องในการทำงานแบบแท็กทีมของ 4 ภูมิ หรือ 4 ผู้บริหารระดับสูง

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

ผลจากความต่อเนื่องในการทำงานแบบแท็กทีมของ 4 ภูมิ หรือ 4 ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงระบบเครือข่ายที่แข็งแกร่งและโยงใยเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ธนาคารกสิกรไทยสามารถกวาดต้อนลูกค้ารายย่อยที่ไม่เคยใช้บริการกับธนาคารเลยสักครั้งเดียว ให้มาเป็นลูกค้าของธนาคารได้ถึง 1 ล้านราย โดยเป็นลูกค้าที่เริ่มต้นเปิดบัญชีออมทรัพย์ครั้งแรก

ถือเป็นตัวเลขที่ทำเอาธนาคารพาณิชย์อื่นสะดุ้งสะเทือนไปได้ไม่น้อย

“การเริ่มต้นเปิดใช้บัญชีออมทรัพย์จากตัวเลข 1 ล้านรายนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ลูกค้าไว้วางใจธนาคาร จากคนที่ไม่เคยใช้บริการธนาคารเลย ทำให้ปัจจุบันยอดเงินฝากและกองทุนรวมของธนาคารขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 ของตลาด คิดเป็นการเติบโต 11% อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านบาท” กฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เกริ่นนำ

กฤษฎา กล่าวว่า การสร้างฐานลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยให้ธนาคารขายสินค้าข้ามผลิตภัณฑ์ได้

โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายจะขยับสัดส่วนสินเชื่อลูกค้ารายย่อยจาก 21% เป็น 23% ด้วยการดึงสัดส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีลงมา จากปัจจุบันลูกค้าเอสเอ็มอีอยู่ที่ 42% และลูกค้าขนาดใหญ่อยู่ที่ 37%

ขณะที่ค่าธรรมเนียม ปีนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายเติบโตกว่า 20% จะมาจากลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ก็หนีไม่พ้นลูกค้ารายย่อย โดยค่าธรรมเนียมที่ได้จากลูกค้ารายย่อยหลักๆ มาจากการขายประกันผ่านธนาคารตั้งเป้าหมายเติบโตมากที่สุดประมาณ 50-55%

กสิกรไทยขอเป็นที่1ทุกด้าน

รองลงมาเป็นเงินฝากและการลงทุนตั้งเป้าหมายเติบโต 10-15%

ส่วนธุรกรรมที่เกี่ยวกับการค้าต่างประเทศและค่าธรรมเนียมจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับอานิสงส์จากการนำเข้าและส่งออกขยายตัว จะมาจากกลุ่มเอสเอ็มอี และลูกค้ารายใหญ่เป็นหลัก โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเติบโต 15-20% หรือมีธุรกรรมรวม 2.7 ล้านล้านบาท

ด้านธุรกรรมด้านวาณิชธนกิจ ซึ่งจะมาจากลูกค้าขนาดใหญ่เป็นหลัก ตั้งเป้าหมายเติบโต 20-25% โดยขณะนี้มีกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในแผนทั้งหมด 25 โครงการ ทั้งเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นและควบรวมกิจการ มูลค่ารวมกัน 3.6 แสนล้านบาท

แน่นอนว่าหากธนาคารได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาทั้ง 25 โครงการนี้ จะทำให้มีค่าธรรมเนียมกว่า 700 ล้านบาท

เมื่อแยกกลุ่มธุรกิจออกมาจะเห็นภาพชัดว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยจะเทน้ำหนักไปสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการค้า โดยจะให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ต้องการใช้สินเชื่อเพื่อค้าขายเป็นหลัก ขณะนี้สินเชื่อประเภทนี้เติบโตแล้ว 6%

แต่ในสิ้นปีบรรดาบิ๊กของกสิกรไทยอยากเห็นการเติบโตสูงในระดับ 10%

ขณะที่ความสำคัญจากการค้าต่างประเทศ (เทรดไฟแนนซ์) ก็เป็นอีกรายการหนึ่งที่จะดันรายได้ค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารสูงขึ้น เนื่องจากค่าเคแบงก์มองว่า ปีนี้การนำเข้าและส่งออกมีทิศทางเติบโตสูงมาก โดยธนาคารคาดว่าการส่งออกจะเติบโต 17-22%

ปัจจุบันธนาคารมีมูลค่าเทรดไฟแนนซ์อยู่ในอันดับ 2 ของประเทศ ทำให้ในครึ่งปีหลังธนาคารต้องกระโดดเข้าดูลูกค้าที่เกี่ยวกับเทรดไฟแนนซ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน ยานยนต์ เคมี และเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้เป็นไปตามเป้า

กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่แข่งขันกันหนักหน่วง แม้ปัจจุบันค่ายกสิกรไทยจะเป็นที่ 1 ในตลาดอยู่แล้ว แต่ธนาคารต้องการเจาะเข้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ของผู้ประกอบการที่มีการกระจุกตัว เช่น ผู้ค้าในจตุจักร หรือประตูน้ำ หรือย่านการค้าหลักๆ

เพราะผู้ค้าเหล่านี้ แม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่สินค้าที่ดำเนินธุรกิจจะมีความแตกต่าง หลากหลาย โดยจะเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจ 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ โลจิสติกส์ ก่อสร้าง ซื้อขายนำเข้าและส่งออก อิเล็ก ทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ และเกษตรแปรรูป

นี่คือกลุ่มเป้าหมายที่ค่ายเคแบงก์จะพาเหรดเสนอสินค้าและบริการที่ครบชุด ยืดหย่อนได้ให้ลูกค้ามาชิมลางบริการแบบรวบรัด รวดเร็ว ราคาดี

ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยที่ธนาคารจะมุ่งเน้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้แก่ สินเชื่อบ้าน โดยจะเน้นผู้ประกอบการหลักๆ ที่เน้นผลิตเพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการซื้ออยู่จริง

ขณะเดียวกันจะเน้นสินเชื่อรถแบบมีหลักประกัน รวมทั้งสินเชื่อเงินสดทันใจ ซึ่งเป็นสินเชื่อหมุนเวียน เนื่องจากปัจจุบันสินเชื่อบุคคลของธนาคารมีสัดส่วนน้อยมาก อยู่ที่ 2% ของฐานสินเชื่อลูกค้ารายย่อย หรือ 0.4% ของฐานสินเชื่อทั้งธนาคาร โดยธนาคารมองว่าลูกค้าระดับล่างยังมีความต้องการใช้สินเชื่อหมุนเวียนกรณีฉุกเฉิน และขณะนี้ธนาคารก็มีความพร้อมเรื่องเครดิตสกอริงที่เข้มข้นในการตรวจสอบประวัติลูกค้ามากขึ้น

กฤษฎา กล่าวว่า ครึ่งปีแรกสินเชื่อของธนาคารเติบโตแล้ว 8% คิดเป็นสินเชื่อรวม 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจเติบโต 9% อยู่ที่ 7.83 แสนล้านบาท และลูกค้ารายย่อยเติบโต 7% อยู่ที่ 2.74 แสนล้านบาท จากเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีที่ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายไว้ 7-9% ก็เชื่อว่าสินเชื่อปีนี้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และความมั่นใจของภาคธุรกิจที่มีต่อรัฐบาลใหม่

อย่างไรก็ดี ในครึ่งปีหลังภาคธุรกิจยังมี ความท้าทายจากภายในและต่างประเทศ โดยในประเทศนั้นยังมีความเสี่ยงจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะค่าจ้าง 300 บาท จะเป็นตัวดันเงินเฟ้อ และเพิ่มต้นทุนอีกทางหนึ่งให้กับผู้ประกอบการ ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ดอกเบี้ยนโยบายอาจมีการปรับขึ้นอีก 12 ครั้ง จนไต่ไปอยู่ที่ 3.5-3.75% รวมทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทที่ต้องเผชิญ

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีความเสี่ยง ทั้งยุโรป สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น รวมถึงอิตาลี ที่ยังป้อแป้

ปัจจัยเหล่านี้จึงอยู่ในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวและรับมือกับสิ่งที่จะเผชิญในช่วงต่อไป

ท่ามกลางเศรษฐกิจดี แต่ยังมีความเสี่ยงถาโถมเข้ามา เชื่อว่าธนาคารยังอู้ฟู่ได้ต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการจะยอมจ่ายค่าความเสี่ยงเพื่อให้ธนาคารดูแล และดูท่ากสิกรไทยก็เป็นหนึ่งในภาคการเงินที่ทะยานทำกำไรจากรายได้ค่าธรรมเนียมและสินเชื่อได้ต่อเนื่องทั้งปีอย่างน่าจับตามอง

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน