
แอสเซท พลัสขาย4กองทุนตราสารหนี้
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขายกองทุนตราสารหนี้รอบใหม่ 4 กองทุน วันที่ 1-2 ส.ค.นี้ผลตอบแทน 3.20-3.90%
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขายกองทุนตราสารหนี้รอบใหม่ 4 กองทุน วันที่ 1-2 ส.ค.นี้ผลตอบแทน 3.20-3.90%
น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า แผนการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ในเดือนส.ค.นี้ จะเน้นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศมากขึ้น เนื่องจากสามารถให้ผลตอบแทนโดยรวมสูงขึ้น โดยอาจมีการลงทุนผสมระหว่างตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้ต่างประเทศตามความเหมาะสมกับภาวะการลงทุนในแต่ละช่วง เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น
ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ บริษัทฯ จะเปิดขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนรอบใหม่ (rollover) 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสทรัพย์มั่นคง 6M1 (SIF-6M1) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ในประเทศ ที่เปิดขายทุกรอบ 6 เดือนโดยประมาณ จะลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ คาดว่าผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3.50% ต่อปี
กองทุนเปิดแอ็คทีฟเอฟไอเอฟ 9 (ACFIF9) ลงทุนในลงทุนผสมระหว่างเงินฝาก ตราสาร ECP ในต่างประเทศ ระยะเวลาลงทุนประมาณ 9 เดือน คาดผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3.75% ต่อปี โดยทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนในส่วนที่ลงทุนในต่างประเทศ ส่วนกองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟพันธบัตร 3 (ASP-ACGOV3) จะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยและตั๋วแลกเงินธนาคาร ลงทุนสั้น 3 เดือน คาดว่าให้ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3.20% ต่อปี
น.ส.จารุลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีระยะเวลาลงทุนที่ยาวขึ้นยังสามารถให้ผลตอบแทนในระดับที่จูงใจ ดังนั้น กองทุนเปิดแอสเซทพลัสพรีเมี่ยมปันผล (ASP-PDI) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ลงทุนในตราสารอายุประมาณ 1 ปี ในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ สัดส่วนประมาณ 55% ของพอร์ต เงินฝาก Bank of China สาขามาเก๊า ประมาณ 25% และตั๋วแลกเงินของธนาคารเกียรตินาคิน (KK) ประมาณ 20% โดยคาดผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3.90% ต่อปี







