
บริโภคนิยมระบาดคลังแนะธปท.ดูแล
หนุน ธปท.ติดตามหนี้ครัวเรือนที่เริ่มบริโภคนิยม
หนุน ธปท.ติดตามหนี้ครัวเรือนที่เริ่มบริโภคนิยม
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีการติดตามสถานการณ์สินเชื่อภาคครัวเรือนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินในภาคครัวเรือนที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป เนื่องจากการบริโภคขยายตัวขึ้นมามาก 17-18% แล้ว
สศค.ชี้ว่า การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีต่อเนื่องหลังการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2551-2552 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ซึ่งการขยายตัวเร่งขึ้นของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาระที่เพิ่มขึ้นของภาคประชาชน โดยในไตรมาสแรกปี 2554 สัดส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกจากรายได้ครัวเรือนที่ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะจากรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ฐานะทางการเงินของประชาชนยังคงแข็งแกร่ง โดยรายได้เกษตรกรในเดือน พ.ค. 2554 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้าถึง 6.1%
ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนของ ธปท. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ หมายถึงการเป็นหนี้ที่ครัวเรือนกู้ยืมเพื่อ ซื้อ/เช่าซื้อบ้านหรือที่ดิน การศึกษาซื้อยานพาหนะ การใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ใช้ทำธุรกิจหรือประกอบการเกษตร และอื่นๆ เช่น หนี้จากการค้ำประกันบุคคล ค่าปรับ ฯลฯ พบว่าหนี้ครัวเรือนจากนิยามดังกล่าวในระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งพอจะดูได้จากหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ตามข้อมูลของ ธปท. ณ ไตรมาสแรกปีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้นสูงถึง 2.13 ล้านล้านบาท ของหนี้ทั้งระบบที่มีอยู่จำนวน 9.41 ล้านล้านบาท







