
ไฟเขียวแผนอุตฯยานยนต์5ปี
อนุมัติแผนสถาบันยานยนต์ 5 ปี มุ่งดันยอดผลิตรถขึ้น 2.5 ล้านคัน ภายในปี 2558
อนุมัติแผนสถาบันยานยนต์ 5 ปี มุ่งดันยอดผลิตรถขึ้น 2.5 ล้านคัน ภายในปี 2558
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนดำเนินการสถาบันยานยนต์ 5 ปี 2555-2559 โดยแผนดังกล่าวมียุทธศาสตร์ 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2.การเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพให้กับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย 3.สร้างฐานวิศวกรรมและการทดสอบ 4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งการทำแผนดังกล่าวได้ประเมินทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เขตการค้าเสรีอาเซียน สภาพเศรษฐกิจไทย ราคาน้ำมันในตลาดโลก
นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ใน 5 ปี ข้างหน้าการผลิตรถยนต์ของไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2558 ไทยจะผลิตรถยนต์ได้ 2.5 ล้านคัน จากกำลังการผลิตที่มี 3 ล้านคัน ซึ่งรถยนต์ที่ผลิตเพิ่มขึ้นจะเป็นรถปิกอัพและรถยนต์นั่ง เช่น รถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโอคาร์) โดยปีนี้คาดการณ์ว่าไทยจะผลิตรถยนต์ได้ 1.8 ล้านคัน และจะเพิ่มยอดการผลิตไปถึง 2 ล้านคัน ได้ในปี 2555
“อุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้การผลิตรถยนต์ในไทยไม่ถึงเป้าหมายอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่ถ้าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกไม่มีปัญหาเชื่อว่าการผลิตรถยนต์ในไทยจะเป็นไปตามเป้าหมายแน่อน” นายวัลลภ กล่าว
ขณะที่ปัญหาแรงงานขาดแคลน และค่าแรงเพิ่มไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมยานยนต์มากนัก เนื่องจากจ่ายมากกว่าอยู่แล้ว รวมทั้งแรงงานมีการเพิ่มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเพิ่มยอดผลิตให้ถึง 2.5 ล้นคัน จะต้องใช้แรงงานเพิ่ม 15-20% จากปัจจุบันที่มีแรงงานอยู่จำนวน 5.25 แสนคน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับยอดรถยนต์ที่จะผลิตเพิ่มขึ้น เพราะประสิทธิภาพแรงงานจะสูงขึ้น มีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะไม่มีปัญหาแรงงานไหลออกนอกอุตสาหกรรม เพราะมีการจ่ายค่าจ้างในระดับสูง เป็นแรงจูงใจให้พนักกงานยังคงทำงานต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซีย ที่ประกาศว่าอินโดนีเซียจะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของโลกภายใน 20 ปี โดยในระยะสั้นจะยังไม่กระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพราะอินโดนีเซียผลิตรถยนต์ได้ปีละ 8 แสนคัน ยังน้อยกว่าไทยมาก และส่วนใหญ่ผลิตเพื่อขายในประเทศ มีการส่งออกเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งอินโดนีเซียมีนโยบายสนับสนุนการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กราคาถูก จากปัจจุบันที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์ 7 ที่นั่งและรถบรรทุกเป็นส่วนใหญ่ โดยในระยะยาวอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซียคงขยายตัวมาก เพราะมีตลาดขนาดใหญ่ประชากร 200 ล้านคน ซึ่งภาคเอกชนมองว่าอินโดนีเซียมีนโยบายที่ชัดเจนและมีตลาดขนาดใหญ่จะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์สนใจไปตั้งฐานการผลิตมากขึ้นจึงต้องเตรียมหาทางรองรับ
ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิต โดยเน้นการผลิตรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงให้มากขึ้น เพื่อเลี่ยงการแข่งขันการผลิตรถยนต์ราคาถูก







