posttoday
‘กรณ์’สั่งทำงบล่วงหน้า10ปี

‘กรณ์’สั่งทำงบล่วงหน้า10ปี

13 กุมภาพันธ์ 2553

หาเงินทำรัฐสวัสดิการจ้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บภาษีที่ดิน

โพสต์ทูเดย์ — “กรณ์” ทำงบล่วงหน้า 10 ปี ดันขึ้นภาษี อุดใช้จ่ายรัฐสวัสดิการ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายจะจัดทำงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้า 10 ปี ซึ่งจะประมาณการตามภาระงบประมาณรายจ่ายที่สำคัญๆ เช่น ภาระงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล ด้านการศึกษา เป็นต้น เพื่อให้ทราบว่าสถานการณ์รายจ่ายภาครัฐจะเป็นอย่างไร

ด้านรายได้ก็จำเป็นต้องมีการขยายฐานภาษี โดยรัฐบาลยังยืนยันผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้มีการเก็บภาษีจากมูลค่าทรัพย์สินมากขึ้น จากปัจจุบันที่เก็บภาษีจากฐานรายได้เป็นหลัก

ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ของไทยมีข้อจำกัด เนื่องจากรัฐบาลมีภาระงบประมาณรายจ่ายจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้รัฐบาลอยู่ในระดับที่ไม่สูง โดยรายได้รัฐบาลส่วนใหญ่มาจากภาษี แต่ฐานภาษีของไทยปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 1516% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่จะมีสัดส่วนกว่า 20% ขึ้นไป

ดังนั้น ปัจจุบันไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการจัดทำงบขาดดุลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ระยะต่อไปรัฐบาลจะเพิ่มบทบาทของรัฐวิสาหกิจในการลงทุนในสาขาต่างๆ ให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มบทบาทภาคเอกชนร่วมลงทุนโดยใช้รูปแบบ PPP ด้วย เพื่อลดภาระรัฐบาล เช่นเดียวกับการลงทุนสาขาพลังงานและโทรคมนาคมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้คลังจะจัดทำงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้า 10 ปี ซึ่งจะประมาณการตามภาระงบประมาณรายจ่ายที่สำคัญๆ เช่น ภาระงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล ด้านการศึกษา เป็นต้น เพื่อให้ทราบว่าสถานการณ์รายจ่ายภาครัฐจะเป็นอย่างไร ส่วนทางด้านรายได้ก็จำเป็นต้องมีการขยายฐานภาษี โดยรัฐบาลยังยืนยันผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้มีการเก็บภาษีจากมูลค่าทรัพย์สินมากขึ้น จากปัจจุบันที่เก็บภาษีจากฐานรายได้เป็นหลัก

 

“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะต้องมีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มกลับไปเก็บที่อัตรา 10% เหมือนช่วงก่อนวิกฤต โดยเงื่อนไขสำคัญคือภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นต้องรองรับได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนี้จะมีผลต่อการบริโภค” นายกรณ์ กล่าวขณะเดียวกันการเมืองก็ต้องมีความมั่นคง เนื่องจากรัฐบาลจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนยอมรับได้

นายกรณ์ กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปีงบประมาณ 2554 นั้น ได้ทำประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2553 ถึง 3 แสนล้านบาท คือ จาก 1.35 ล้านล้านบาท เป็น 1.65 ล้านล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะใช้สำหรับงบลงทุนในปีงบประมาณ 2554 ดังกล่าว ซึ่งงบลงทุนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2553 ทั้งนี้รัฐบาลจะปรับโครงการทั้งที่อยู่ในพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. ... มาใช้งบประมาณแทนการกู้เงิน

“โครงการที่ปรับมาใช้งบประมาณ จะมีทั้งโครงการเดิมที่อยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน และที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน มีทั้งสองส่วนที่จะนำมาบรรจุ แต่ยืนยันว่าตัวโครงการลงทุนไม่ได้เปลี่ยน เปลี่ยนแค่แหล่งเงินเท่านั้น ทั้งนี้ ผมไม่คิดว่าเราจะมีรายได้มากพอที่จะรองรับโครงการลงทุนจากร่างพ.ร.บ.ทั้งหมดได้ โดยการปรับนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีผลกระทบอะไรเลย รวมถึงกับพรรคร่วมก็เข้าใจตรงกัน” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับการวางยุทธศาสตร์การลงทุนของแต่ละกระทรวง โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้การบ้านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงคมนาคมไปวางยุทธศาสตร์การลงทุนทั้งทางถนน ราง บนอากาศ และท่าเรือให้ชัดเจน ซึ่งบางโครงการที่จะอยู่ในยุทธศาสตร์อาจจะมีอยู่ในร่างพ.ร.บ.กู้เงินที่ปรับมา และบางส่วนจะเป็นโครงการใหม่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนภายในปี 2553 นี้

"สศช. กับกระทรวงคมนาคมต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า เราควรจะมีท่าเรือฝั่งอันดามันไหม หรือจะไปใช้ท่าเรือทวาย หรือสนามบินดอนเมืองควรจะเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นแค่ไหน นายกฯ ให้เร่งภายในปีนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะทำปีนี้หมด ยังมีเวลา เพราะรัฐบาลยังอยู่อีกนาน" นายกรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค