posttoday
ครม.เศรษฐกิจ:ลิขิตชีวิตรัฐบาล

ครม.เศรษฐกิจ:ลิขิตชีวิตรัฐบาล

22 กรกฎาคม 2554

ตลาดหุ้นได้ขานรับความมั่นคงของว่าที่รัฐบาลใหม่ไปเรียบร้อยแล้วประมาณ 70 จุด โดยขึ้นมาที่ระดับ 1,110 จุด

ตลาดหุ้นได้ขานรับความมั่นคงของว่าที่รัฐบาลใหม่ไปเรียบร้อยแล้วประมาณ 70 จุด โดยขึ้นมาที่ระดับ 1,110 จุด

โดย..สมบัติ นราวุฒิชัย

ผมเองในนามตัวแทนของสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ก็ได้แถลงผลสำรวจความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ฯ ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งคาดว่าตีพิมพ์ลงในหนังสือเกือบทั้งหมด อาจจะยกเว้นแค่หนังสือพิมพ์บันเทิงดารา (หากคุณๆ ผู้อ่านอยากอ่านผลสำรวจฯ ซ้ำอีกที รบกวนเข้าดูในเว็บไซต์ www.saathai.org ครับ) กล่าวโดยสรุป คือ

นโยบายของรัฐบาลมีทั้งที่ดีน่าสนับสนุน (เช่น ลดภาษีนิติบุคคล รถไฟฟ้า 10 สาย รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมเมืองสำคัญ) และที่ไม่น่าสนับสนุน (เช่น ค่าแรง 300 ทันที ปริญญาตรีหมื่นห้า ยกเลิกกองทุนน้ำมัน รถคันแรกให้เงินอุดหนุน)

GDP ปีนี้ O.K. 4.3% ปีหน้าโตเพิ่มเป็น 4.7%

หุ้นสิ้นปีนี้ 1,197 จุด แต่มีความเสี่ยงที่ปัญหาในยุโรป ทิศทางเงินเฟ้อ และสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนบางอย่าง ช่วงแกว่งครึ่งปีหลัง ถ้ามีปัจจัยลบ 995 จุด แต่ช่วงแกว่งด้านบน 1,221 จุด

ในมุมมองของผมเองนั้น ถ้าเปรียบเทียบแผนการบริหารของว่าที่รัฐบาลใหม่เป็นการเล่นฟุตบอล ก็จะเป็นทีมที่เตรียมเกมบุกเต็มที่ และมีผู้เล่นแดนหน้าเยอะที่สุดตั้งแต่ดูบอลมา โดยผู้เล่นแดนหน้าที่ว่านี้ก็คือ สารพัดนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจ อัดเข้าไปเต็มแดนหน้า

ที่เราเคยได้ยินระบบการเล่นฟุตบอลที่วางกำลังจากหลัง:กลาง:หน้าตามลำดับ เช่น 4:4:2, 4:3:3 ผมจินตนาการว่า เรากำลังจะได้ใช้ระบบใหม่ 3:3:4 มิติใหม่อะไรประมาณนั้น ซึ่งไม่ได้สรุปว่าระบบนี้ไม่ดี มันอาจจะดีอย่างที่ผู้จัดการทีมคิดก็เป็นได้ โดยวิธีวางเกมการเล่นแบบนี้ คงหวังผลยิงประตูอุตลุด คือกระตุ้นกำลังทั้งรากหญ้า มนุษย์เงินเดือนระดับล่าง ชาวนาไล่ขึ้นมาให้เฟืองเศรษฐกิจเคลื่อนตัวพร้อมกันหลายทาง แต่ในมุมหนึ่งก็มีความเสี่ยงเยอะขึ้น ถ้าพลาดนิดเดียว โอกาสถูกโต้กลับโยนยาว บอลอาจไหลพรวดมาหน้าประตูฝั่งเราก็ได้ คู่ต่อสู้ที่ต้องจับตามองให้ดี ที่อาจสวนบอลโด่งกลับมา เช่น

ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปหลายประเทศ

อัตราเงินเฟ้อที่น่าจะมากขึ้น จากต้นทุนแรงงาน ถ้าคุมเกมไม่ดีราคาสินค้าวิ่งเตลิดเปิดเปิง บางทีก็หยุดไม่อยู่ พานกลายเป็นเรื่องที่กระทบภาวะเศรษฐกิจในอนาคตได้

nความเสี่ยงทางการเมืองที่ถ้าเลินเล่อก้าวเดินเรื่องบางอย่างที่ไม่ระมัดระวังอาจเดินไปสะดุดก้อนหินอะไรขึ้น

ขาดดุลการคลังบานปลายเกินคาด และระดับหนี้สาธารณะจะขึ้นเร็วหรือไม่ ฯลฯ

คุณๆ ผู้อ่าน อาจจะพอเห็นได้แล้วว่า เกมรุกยามนี้ เจอกับคู่ต่อสู้ที่ไม่หมู จึงต้องลุ้นเชียร์ทีมรัฐบาลไทยให้ดี ให้ยิงได้มากกว่าเสียประตู เพื่อให้ทีมไทยชนะ

อย่างไรก็ตาม ที่พอแนะนำได้จากพวกเรา บรรดาเซียนบอล ที่หวังว่าจะช่วยให้ทีมไทยของเราระมัดระวังขึ้น คือ

1.ปรับระบบจากที่วางแผนไว้ว่าจะเน้นเกมรุกสุดขีดจาก 3:3:4 ถอยมาเป็น 4:3:3 อย่างที่เราพอจะเคยเห็น และคุมเกมรับได้ดีกว่าได้ไหม บางนโยบายที่เสี่ยงเกินไป เช่น ค่าแรง 300 ทันที ลองถอยลงมาสักนิดค่อยเป็นค่อยไปกว่านี้

ช่วงนี้ผมเห็นทั้งนักธุรกิจ นักวิเคราะห์ นักวิชาการ วิ่งเอาบันไดมาพาดให้ว่าที่รัฐบาลปีนบันไดลงมา คือมีบันไดลงแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่รีบลงมาตอนนี้ รอจนพวกที่มาจับขาบันไดหมดแรง ชักบันไดลง อาจจะไม่มีทางลงแล้ว

2.หลังจากว่าที่รัฐบาลวางนโยบายเกมรุกเต็มแดนหน้าแล้ว ต่อไปคงถึงคิวผู้เล่นแดนกลางที่จะต้องวางตัวระดับสุดยอดมาทำเกมให้ดี ซึ่งผมมองว่า การจัดตัวรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังนั้นสำคัญมาก ถ้าวางคนไม่เจ๋งจริง ชีวิตรัฐบาลอยู่สั้นแน่นอน

ถ้าดูจากโพลนักวิเคราะห์นั้น เขาบอกสเปกไว้แล้วว่าควรเน้นน้ำหนักอะไร ถ้าจัดได้ตามนี้ เกมบอลไหลลื่นแน่นอน และหุ้นคงวิ่งต่อดัชนีทะลุเบอร์โทร พิซซ่าเจ้าดัง 1112 ไปที่เบอร์โทร.พิซซ่าอีกเจ้าที่ 1150 เลยด้วยซ้ำไป จากนั้นก็จบปลายปีที่แถวๆ 1,197 จุด ตามโพลได้ไม่ยาก

คุณสมบัติที่ดีของรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ตามความเห็นนักวิเคราะห์คือ

มีความรู้และการศึกษาสอดคล้องกับกระทรวงที่เข้ามาทำหน้าที่ เช่นดูกระทรวงการคลัง ก็ควรเป็นคนที่จบมาทาง MBA และหรือเศรษฐศาสตร์ ถ้าจบตรีและโทมาอย่างละสายรวมเป็น 2 สายก็ยิ่งดี

มีประวัติดีมีความน่าเชื่อถือ อันนี้ก็สำคัญมาก ถ้าฟังแล้วร้องยี้ก็จบเลย เพราะความเชื่อมั่นจะไม่มีเลย แต่ถ้ามีประวัติชีวิตที่ดี งานนี้รัฐบาลอยู่ยาว หุ้นขึ้นต่อทันที

เคยมีผลการทำงานในอดีตที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงเคยทำงานภาคเอกชนหรือภาครัฐบาลก็ตาม แล้วใครๆ ก็เห็นประจักษ์ว่า เก่งมาก เด่นมากตอนทำงานในที่ต่างๆ เรื่องนี้แม้แต่ในวงการฟุตบอลโลก เวลาผู้จัดการทีมเก่งๆ จะไปคว้าใครมาร่วมทีม ก็ต้องดูฟอร์มที่ผ่านมา ถ้าเล่นแจ่มแจ๋วก็ดึงมาเป็นทีมเรา ยิ่งถ้าเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีมาก่อน จะเป็นที่มั่นใจแก่ผู้จัดการ และแฟนบอลเป็นอย่างมาก

เคยมีประสบการณ์ทำงานกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสายงานกระทรวงที่จะไปว่าการ เช่นได้คนจากธุรกิจพลังงานมาดูกระทรวงพลังงาน ได้คนจากตลาดเงินตลาดทุนมาอยู่กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะถ้ามาจากสายตลาดทุนซึ่งปัจจุบันและอนาคตมีบทบาทขยายความสำคัญขึ้นเป็นอย่างมาก ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับทีมรัฐบาล เชื่อกันว่าถ้าได้ตามนี้ หุ้นคงทะยานขึ้นต่อเลย

nคุณสมบัติที่นักวิเคราะห์ไม่ให้ราคาเลยก็คือ การเป็น สส. ต่อให้มีคะแนนเลือกตั้งที่ดี หรือมีกลุ่ม สส. ด้วยกันสนับสนุนอยู่ เพราะไม่เป็นประโยชน์กับการบริหารงานให้ประเทศอย่างแท้จริง

พบกันใหม่เดือนหน้า หวังว่าคงได้ รมต.เศรษฐกิจที่ดีนะครับ  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค