posttoday
ปูพรมท็อปส์เดลีหนีผังเมืองใหม่

ปูพรมท็อปส์เดลีหนีผังเมืองใหม่

21 กรกฎาคม 2554

เซ็นทรัลฟู้ดรีเทลทุ่ม1,000ล.ขยายสาขาปรับโฉมร้านเดิม

เซ็นทรัลฟู้ดรีเทลทุ่ม1,000ล.ขยายสาขาปรับโฉมร้านเดิม

ท็อปส์ เท 1,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจปีนี้ ชู “ท็อปส์ เดลี” หลีกกฎหมายผังเมืองใหม่คุมพื้นที่สีเขียว พร้อมปรับโฉมเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ดึงกำลังซื้อหรู

น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต “ท็อปส์” เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับทยอยปรับโฉมสาขาท็อปส์เดิม และเปิด 3 สาขาใหม่ ได้แก่ ท็อปส์ มาร์เก็ต ที่ พระราม 9, พิษณุโลก และลาดพร้าว พร้อมกับการเปิดสาขาใหม่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล

ทั้งนี้ ในสิ้นปี 2554 บริษัทคาดว่ามีสาขาซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์ ทุกรูปแบบ (ฟอร์แมต) รวมกันทั้งสิ้นราว 250 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากปัจจุบัน 203 สาขา

ขณะเดียวกัน บริษัทจะมุ่งขยายสาขารูปแบบ “ท็อปส์ เดลี” มากขึ้น จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 102 สาขา โดยในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 150-160 แห่ง และปีหน้าเพิ่มอีก 200 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือน พ.ค. 2556 ซึ่งกำหนดพื้นที่สีเขียวมากขึ้นและไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีการควบคุม

“ฟอร์แมต ท็อปส์ เดลี จะมีความคล่องตัวในการขยายสาขามากกว่ารูปแบบอื่น เพราะใช้พื้นที่เพียง 100-200 ตร.ม.” น.ส.ภัทรพร กล่าว

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ในอีก 45 ปีข้างหน้า ที่คาดว่าท็อปส์ เดลี จะสร้างยอดขายให้กับบริษัทในสัดส่วนกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมด จากปัจจุบันอยู่ ที่ 8% เซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ 15%, ท็อปส์ มาร์เก็ต 50% และที่เหลือ 27% เป็นฟอร์แมต อื่นๆ เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ร้านไวน์ เซลลา

การขยายสาขาท็อปส์ เดลี มากขึ้น ยังผลักดันให้การจับจ่ายของลูกค้าเติบโตเพิ่มขึ้น 5% และเพิ่มความถี่ในการเข้ามาจับจ่ายอีก 23% เนื่องจากค่าใช้จ่ายต่อครั้งของท็อปส์ เดลี เฉลี่ย 200 บาทต่อตะกร้า ส่วนท็อปส์ ฟอร์แมตอื่นๆ เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เฉลี่ยอยู่ที่ 550-750 บาทต่อตระกร้า ขึ้นอยู่กับทำเลในแต่ละสาขาที่แตกต่างกันออกไป ปัจจุบันมี 4 สาขา คือ ห้างสสรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ภูเก็ต, พัทยา และเซ็นทรัลเวิลด์

ล่าสุดบริษัทได้ปรับโฉมเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ แอต เซ็นทรัล ชิดลม ใหม่โดยเพิ่มสินค้านำเข้ากว่า 5,000 รายการ จากปัจจุบันมีสินค้ารวมกว่า 8 หมื่นรายการ แบ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศสัดส่วน 30-32% เพื่อรองรับกำลังซื้อผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ต้องการจับจ่ายซื้อสินค้าเบ็ดเตล็ดและอาหารสดคุณภาพสูง และไม่กังวลเรื่องราคามากนัก พร้อม ทดลองเปิดให้บริการอีคอมเมิร์ซ สั่งซื้ออาหารแห้งและอาหารสดกว่า 3,000 รายการ ผ่านเว็บไซต์ ท็อปส์ออนไลน์ ดอท คอม ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาด้วย

ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสาขาร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทุกรูปแบบ ดังนี้ ท็อปส์ เดลี 102 สาขา, ท็อปส์ มาร์เก็ต 46 สาขา, ท็อปส์ ซูเปอร์ 54 สาขา, ฟู้ด ฮอลล์ 4 สาขา และร้านไวน์ เซลล่า 3 สาขา ครองส่วนแบ่งจากจำนวนสาขาในย่านชุมชนเป็นอันดับ 4 รองลงมาจากอันดับ 1 เซเว่นอีเลฟเว่นกว่า 5,000 สาขา, อันดับ 2 เทสโก้ โลตัส และเอ็กซเพรส รวม 612 สาขา และอันดับ3 แฟมิลีมาร์ท จำนวน 529 สาขา โดยมีมูลค่าตลาดรวมค้าปลีก ทั้งแบบปลีกดั้งเดิมและสมัยใหม่ราว 6.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค้าปลีกดั้งเดิม 55% และสมัยใหม่ 45% มีอัตราเติบโต 6.4% โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทเติบโต 68% คาดสิ้นปีเติบโต 10%

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน