
มิจฉาชีพออกตุ๋นหลอกเงินทั่วไทย
ธปท.เตือนระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงระบาดอีกรอบ ยอดร้องเรียนเพียบ
ธปท.เตือนระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงระบาดอีกรอบ ยอดร้องเรียนเพียบ
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหากลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวงประชาชนในเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่กับธนาคารพาณิชย์ยังเกิดขึ้นเป็นระลอก และเปลี่ยนวิธีการหลอกลวง ล่าสุดมีการโทร.หลอกในลักษณะว่าจะอายัดเงินฝากที่อยู่ในบัญชีเงินฝากของประชาชน ทำให้ประชาชนตื่นตกใจและหลงเชื่อจนเสียทรัพย์สิน
ธปท.จึงอยากขอเตือนประชาชนที่ได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ว่าอย่าหลงเชื่อ และอย่าไปทำตามที่กลุ่มมิจฉาชีพแจ้ง ไม่ว่าการโทร.กลับเบอร์ที่มิจฉาชีพให้มา หรือไปแก้ไขข้อมูลที่ตู้เอทีเอ็ม
“ถ้าได้รับโทรศัพท์ในลักษณะนี้ให้วางสายทันที อย่าไปทำตามหรือพูดคุย เพราะอาจจะหลงเชื่อกับคำหลอกลวงได้ แต่ถ้าสงสัยข้อมูลการเงินที่ทำไว้กับธนาคารใดๆ ให้ติดต่อสอบถามจากธนาคารพาณิชย์โดยตรง เพราะปกติถ้าลูกค้าไม่มีปัญหาขั้นร้ายแรง ธนาคารจะอายัดบัญชีเงินฝากไม่ได้” นายเกริก กล่าว
แหล่งข่าวจาก ศปส.ของ ธปท. เปิดเผยว่า เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่ามีมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาหลอกลวงขู่ว่าจะอายัดบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และมีไม่น้อยที่ได้เสียเงินให้กับมิจฉาชีพเหล่านี้เหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัดที่มักจะตกใจ และหลงเชื่อทำตามวิธีที่กลุ่มมิจฉาชีพให้ทำ สร้างความเสียไม่น้อย
สำหรับวิธีการหลอกหลวงของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ล่าสุด คือ จะสุ่มเบอร์โทรศัพท์ หรือเรียงเบอร์ต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วระบุว่า “บัญชีเงินฝากของคุณมีปัญหา และคุณไม่มีการติดต่อกับธนาคารเป็นเวลานานแล้ว ธนาคารจะดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝากของคุณในทันที” หากมีปัญหาให้กดหมายเลข...เพื่อสอบถามพนักงาน ถ้ามีคนหลงเชื่อก็จะหลอกให้ไปทำธุรกรรมเพื่อแก้ไขการอายัดบัญชีดังกล่าว และสุดท้ายจะกลายเป็นการโอนเงินในบัญชีให้คนร้าย และเสียทรัพย์ไปในที่สุด







