
เกลี่ยงบรับเพื่อไทย
คมนาคมจัดหนัก‘เมกะโปรเจกต์’สอดคล้องนโยบายรัฐบาลใหม่เป๊ะ
คมนาคมจัดหนัก‘เมกะโปรเจกต์’สอดคล้องนโยบายรัฐบาลใหม่เป๊ะ
คมนาคมเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลเพื่อไทย จัดประเภทโครงการ พร้อมวางกรอบเชื่อมระบบขนส่งทั้งในและต่างประเทศ
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลใหม่ โดยจัดประเภทโครงการต่างๆ ของหน่วยงาน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์หลัก เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ นโยบายของพรรคเพื่อไทยมี ความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์อยู่แล้ว ทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาค โดยปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 12 สายทาง ส่วนอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยนั้น ดำเนินการได้ โดยกระทรวงได้เตรียมแนวทางการดำเนินงานไว้แล้ว 2 แนวทาง เพื่อเสนอให้รมว.คมนาคมคนใหม่ พิจารณา แต่ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด เพราะต้องการเสนอรัฐมนตรีก่อน คาดว่าแผนทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
สำหรับการติดตามการเบิกจ่ายงบ ประมาณของโครงการปฏิรูปรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท ล่าสุดทาง ร.ฟ.ท. ได้เบิกจ่ายงบประมาณไปจำนวน 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในเป้าหมายเนื่องจากงบประมาณดังกล่าวได้รับการอนุมัติปลายปี 2553 โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณโครงการความปลอดภัย เช่น ทำเครื่องไม้กั้น ปรับปรุงรางรถไฟ
นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติให้จัดทำศูนย์ติดตามข้อมูลโครงการของกระทรวงคมนาคม โดยจะให้ผู้บริหารหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมสามารถเข้าดูข้อมูลได้ หากโครงการใดมีปัญหาจะสามารถแจ้งเตือนให้เร่งปรับปรุงได้ทันที คาดว่าเริ่มใช้ได้ในปี 2555
นายสุพจน์ กล่าวว่า ได้สั่งให้ที่ปรึกษาศึกษาการดำเนินการจัดทำแผนแม่บท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 15 โครงการใหม่ โดยศึกษารายละเอียด ความเป็นไปได้ และถนนรอบๆ เพื่อดำเนินการและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในอนาคตด้วย เนื่องจากเห็นว่าอาจไม่สามารถสร้างสะพานได้ครบทั้ง 15 แห่ง เพราะบางพื้นที่ลำบากต่อเส้นทางการเดินเรือ ทำให้ต้องยกระดับสะพานให้สูงขึ้นถึง 40 เมตร เช่น สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนจันทน์เจริญนคร
ดังนั้น จึงมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ฯลฯ เร่งศึกษาข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในต้นปี 2555







