
ครึ่งปีหลัง3จีสู้ดุฉุดบรอดแบนด์
สามารถชี้ตลาดบรอดแบนด์ถึงจุดอิ่มตัว หลังค่ายมือถือระเบิดศึก 3จี รุกพัฒนาคอนเทนต์กำไรขยับ 1,000 ล้านบาท
สามารถชี้ตลาดบรอดแบนด์ถึงจุดอิ่มตัว หลังค่ายมือถือระเบิดศึก 3จี รุกพัฒนาคอนเทนต์กำไรขยับ 1,000 ล้านบาท
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ตลาดการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย หรือบรอดแบนด์ กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป จากการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเริ่มเปิดบริการ 3จี อย่างจริงจัง เนื่องจากมีข้อได้เปรียบเรื่องโมบิลิตีที่สะดวกต่อการใช้งาน
แม้ว่าความเร็วของ 3จี จะน้อยกว่าบรอดแบนด์ผ่านสาย แต่หากเทียบจุดเด่นเรื่องการใช้งานและในอนาคต เมื่อบริษัท ทีโอที พัฒนาโครงข่าย 3จี ทั่วประเทศมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาทเสร็จ ผู้ใช้บริการจะได้รับความเร็วที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที ส่งผลให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายจะยิ่งเติบโตมากขึ้น และแทนที่ตลาดบรอดแบนด์ในที่สุด
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มสามารถต่อจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการเนื้อหาและข้อมูล หรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับกับเทคโนโลยี 3จี ที่จะเกิดขึ้น ทั้งการต่อยอดคอนเทนต์ที่มีอยู่เดิมด้านกีฬา บันเทิง ไลฟ์สไตล์ สู่ช่องทางมัลติมีเดียมากขึ้น และหาพันธมิตรเพิ่มเติมเพื่อให้มีคอนเทนต์ที่หลากหลาย ตั้งเป้าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และกำไรในอนาคต จากปัจจุบันมีรายได้บริการคอนเทนต์เกือบ 1,000 ล้านบาท กำไร 200 ล้านบาท หลังหักส่วนแบ่งให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไปมากถึงครึ่งหนึ่ง
“คอนเทนต์จะเป็นตัวหลักที่ทำรายได้ให้สามารถ-ไอ โมบาย แทนการขายเครื่องที่เริ่มราคาถูกลงเรื่อยๆ เหลือเฉลี่ยเครื่องละไม่ถึง 2,000 บาท ส่งผลให้แม้ว่าจะขายเครื่องได้มากขึ้น แต่รายได้เพิ่มไม่มาก ตรงกันข้ามกับบริการคอนเทนต์ที่เติบโตและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นชัดเจน ยิ่งเมื่อมีโครงข่าย 3จี และความเร็วที่เพิ่มขึ้น คอนเทนต์ก็จะมีลูกเล่นและความสนุกมากขึ้นไปอีก” นายวัฒน์ชัย กล่าว
นอกจากเรื่องคอนเทนต์แล้วยังมีแผนที่จะรุกกลุ่มบริการสาธารณูปโภค (Utilities Services) เพิ่มมากขึ้น จากการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มเติม นอกเหนือไปจากบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส บริษัท กัมปอต เพาเวอร์แพลนท์ และบริษัท สุวรรณภูมิเอ็นไวรอนเม้นท์แคร์ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีรายได้กลุ่มนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีที่ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก สามารถ เทลคอม ในกลุ่มธุรกิจไอซีที 1.6 หมื่นล้านบาท สามารถ มัลติมีเดีย 1 หมื่นล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 1.8 หมื่นล้านบาท
ด้านนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ ทรูออนไลน์|และหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านปฏิบัติโครงข่ายเทคโนโลยี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตลาดบรอดแบนด์ยังเป็นตลาดที่ทรูฯ ให้ความสำคัญมาก โดยทรูฯ ได้ใช้งบลงทุนรวม 1.1 หมี่นล้านบาทในช่วง 2 ปี สำหรับการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์เพิ่มอีก 15 จังหวัด เพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้นของธุรกิจอินเทอร์เน็ตในขณะนี้
เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ใช้บริการหันมาให้ความสำคัญเรื่องสปีดความเร็วจากการดาวน์โหลด คลิป ไฟล์ ด้านบันเทิงขนาดใหญ่ ดังนั้น ความต้องการเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่กระตุ้นให้ตลาดอินเทอร์เน็ตมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี และคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท หรือโต 20% จากปีก่อน
ปัจจุบันทรูฯ มีลูกค้า 1.2 ล้านราย เพิ่มจากปีก่อน 1 แสนรายตั้งเป้ารายได้บริการอินเทอร์เน็ตปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท







