posttoday
เป้าทอง1.7พันดอลล์

เป้าทอง1.7พันดอลล์

19 กรกฎาคม 2554

ขยับรับสหรัฐยุโรปยังย่ำแย่หุ้นโลกรอผลประชุมผู้นำอียู

ขยับรับสหรัฐยุโรปยังย่ำแย่หุ้นโลกรอผลประชุมผู้นำอียู

โลกไม่ไว้วางใจผลทดสอบธนาคารยุโรป หุ้นเอเชียแผ่ว ทองโลกพุ่งขึ้นทุบสถิติใหม่ 1,600 กูรูปรับเป้าปีนี้ถึง 1,700 เหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง ไม่ตอบรับข่าวดีผลการทดสอบความแข็งแกร่งทางการเงินในภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารยุโรปที่ดีกว่าคาด และรอผลการประชุมผู้นำอียูร่วมกับธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 21 ก.ค.นี้

ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 4.03 จุด มาปิดที่ 1,083.94 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบาง 22,450 ล้านบาท โดยนักลงทุนแต่ละกลุ่มซื้อและขายเล็กน้อย เช่น ต่างชาติซื้อเพียง 175 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ให้ความเห็นว่า นักลงทุนยังกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐและหนี้ในยุโรป แม้ว่าผลทดสอบธนาคารในยุโรปที่ไม่ผ่านการทดสอบเพียง 8 แห่ง และมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มทุนน้อยกว่าที่ตลาดคาดว่าจะไม่ผ่าน 15 แห่ง

ผลออกมาดีเกินคาด อาจจะเป็นเพราะสมมติฐานที่ใช้ในการทดสอบที่เข้มงวดน้อยเกินไป โดยเฉพาะการไม่พิจารณาถึงผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อธนาคารเยอรมนีและฝรั่งเศส ที่ถือครองตราสารหนี้กรีซจำนวนมาก

มุมมองของเอเซีย พลัส สอดคล้องกับนักวิเคราะห์ บล.มอร์แกน สแตนเลย์ ว่า การทดสอบไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่จำเป็นสำหรับสหภาพยุโรปและธนาคารกลางยุโรป ตลาดยังมีความกังวลกับมูลค่าทุนที่ต่ำ และเชื่อว่าการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในวันที่ 21 ก.ค. 2554 จะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2

อย่างไรก็ตาม ความกังวลขั้นต้นได้ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นทะลุ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาทำสถิติใหม่ถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อ 22,600 บาท ขายออก 22,700 บาท

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ใน 12 วันนี้ บริษัทเพิ่งปรับเป้าหมายราคาทองคำในตลาดโลกปีนี้เพิ่มจาก 1,650 เหรียญสหรัฐ เป็น 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในขณะที่คิดเป็นราคาทองคำในประเทศเท่าเดิมคือ 2.35 หมื่นล้านบาท

“เราปรับราคาเป้าหมายทองในตลาดโลกขึ้น เพราะปัญหาหนี้สหรัฐและยุโรปคงต้องใช้เวลาแก้ไขอีกนาน ทำให้ทองคำเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ยังไม่มีการปรับราคาเป้าหมายทองในปีนี้ ที่คาดไว้ 1,650 เหรียญสหรัฐ เพราะสมมติฐานยังไม่เปลี่ยนแปลงไปกว่าที่บริษัทคาดการณ์ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาทองคำยังคงสามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ และในสัปดาห์นี้มีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,610 เหรียญสหรัฐ และ 1,635 เหรียญสหรัฐ หรือ 22,920 และ 23,280 บาท

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำว่า นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้าไปเก็งกำไรให้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,580 เหรียญสหรัฐ หรือ 22,490 บาท โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,565 เหรียญสหรัฐ หรือ 22,275 บาท

ด้านการซื้อขายหุ้นไทย นักลงทุนยังให้ความสนใจเข้าซื้อหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้แนวโน้มดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบดัชนี 1,100 จุด

“นักลงทุนซื้อหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) เพราะเก็งเรื่องกำไรจะออกมาดีในไตรมาส 2 และมีเงินปันผลด้วย” น.ส.ฐิภา กล่าว

วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการซื้อขายรายการใหญ่หุ้น PTT จำนวน 3 รายการ รวม 1,591,300 หุ้น ราคาเฉลี่ย 337.49 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงสุดถึง 537.05 ล้านบาท นับว่าสูงกว่าบิ๊กล็อตหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มูลค่าทั้งสิ้น 375.71 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 56.2856.25 บาทต่อหุ้น  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน