
แบงก์เจอศึกหนักพลังงานทดแทน
นายธนาคารคาดสินเชื่อพลังงานทางเลือกแข่งดุ หลัง สนพ.หยุดรับโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เอกชนคุมเข้มตลาดพลังงานทดแทน
นายธนาคารคาดสินเชื่อพลังงานทางเลือกแข่งดุ หลัง สนพ.หยุดรับโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เอกชนคุมเข้มตลาดพลังงานทดแทน
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การประกาศหยุดเปิดรับโครงการเสนอซื้อขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกอื่นๆ จากภาคเอกชนของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะส่งผลให้การแข่งขันสินเชื่อในกลุ่มดังกล่าวรุนแรงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ โครงการเดิมที่ได้รับใบอนุญาตแล้วจะมีมูลค่าสูงขึ้น
นายวศิน กล่าวว่า มาตรการของ สนพ.จะไม่กระทบต่อแผนการขยายสินเชื่อกลุ่มพลังงานทางเลือกของธนาคารในระยะสั้นและระยะกลาง เนื่องจากลูกค้าที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่อในขณะนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตแล้วทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูว่าระยะเวลาของมาตรการดังกล่าวจะยาวนานเพียงใด ซึ่งหากยืดเยื้อยาวนานธนาคารอาจต้องทบทวนแผนการเติบโตในระยะยาว
“กลุ่มพลังงานในปีนี้เราจะเน้นไปที่กลุ่มพลังงานทดแทน เนื่องจากคาดว่าการหยุดรับเอกชนเข้าโครงการจะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพราะกลุ่มพลังงานประเภทอื่นๆ ถูกต่อต้านจากชุมชนในการก่อสร้างทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังก๊าซก็กำลังจะขาดแคลนเชื้อเพลิงในอีก 18 ปีข้างหน้า” นายวศิน กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อพลังงานทดแทนปีนี้เอาไว้ที่ 5,000 ล้านบาท และเชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี เมื่อพิจารณาจากแผนพัฒนาพลังงานของไทยที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกเกือบ 3,000 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนกว่า 1.14 แสนล้านบาท
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การแข่งขันในตลาดสินเชื่อพลังงานทางเลือกจากนี้จะรุนแรงขึ้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยคาดว่าสินเชื่อจะยังเติบโตได้ตามเป้าที่ 1 หมื่นล้านบาท







