
ทักษิณพ้นโทษ เขย่ารัฐบาลผสม เสี่ยงลามปมทุนสีน้ำเงิน
การพ้นโทษของทักษิณเปิดทางให้กลับมาขยับการเมืองเต็มตัว ท่ามกลางแรงเสียดทานเพื่อไทย-ภูมิใจไทย และปมทุนสีน้ำเงินที่อาจสะเทือนรัฐบาล
KEY
POINTS
- การพ้นโทษของนายทักษิณ ชินวัตร ทำให้มีอิสระในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในรัฐบาลผสม
- การกลับมาของนายทักษิณถูกมองว่าจะสร้างแรงกดดันต่อพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
- ประเด็น "ทุนสีน้ำเงิน" และความไม่โปร่งใสในโครงการรัฐ กลายเป็นชนวนสำคัญที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลจากแรงเสียดทานภายใน
การพ้นโทษอย่างเป็นทางการของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเปิดฉากการเมืองรอบใหม่ ที่อาจกระทบสมดุลอำนาจภายในรัฐบาลผสม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางแรงเสียดทานจากประเด็น “ทุนสีน้ำเงิน” และโครงการรัฐที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส...
เดิมนายทักษิณอยู่ระหว่างการพักโทษ และยังมีเงื่อนไขควบคุมตามกระบวนการยุติธรรม แต่ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษจึงถือว่าได้รับประโยชน์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ทำให้พ้นโทษโดยไม่ต้องรอถึงกำหนดเดิม และไม่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติหรือติดกำไล EM อีกต่อไป..
จุดนี้ทำให้นายทักษิณหลุดจากข้อจำกัดสำคัญในเชิงกฎหมาย และเปิดพื้นที่ให้กลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้มากขึ้น แม้ในทางการเมืองยังมีคำอธิบายว่า "อาจถอยไปใช้ชีวิตส่วนตัว" แต่ในสายตานักสังเกตการณ์ การพ้นจากพันธนาการครั้งนี้ย่อมทำให้บทบาทของนายทักษิณถูกจับตามองอย่างเข้มข้นกว่าเดิม...
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ทักษิณจะกลับมาเคลื่อนไหวหรือไม่ แต่คือการกลับมานั้นจะกระทบดุลอำนาจในรัฐบาลผสมอย่างไร เพราะแม้เพื่อไทยและภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกันอยู่ แต่ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างทักษิณกับขั้วภูมิใจไทยในอดีตไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นมาโดยตลอด...
แรงเสียดทานที่น่าจับตาอยู่ที่“ทุนสีน้ำเงิน” ซึ่งถูกโยงเข้ากับการตรวจสอบโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการ Thailand AI Passport ของกระทรวง DE ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องขั้นตอนจัดจ้าง งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท และความใกล้ชิดของเอกชนผู้รับงานกับฝ่ายการเมืองบางขั้ว
ประเด็นดังกล่าวข้างต้นนี้อาจกลายเป็นชนวนที่ทำให้ความสัมพันธ์ในรัฐบาลผสมเปราะบางขึ้น เพราะไม่ได้เป็นเพียงข้อถกเถียงเรื่องนโยบาย แต่แตะไปถึงผลประโยชน์ เครือข่ายทุน และความไว้วางใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หากจัดการไม่ดี ความขัดแย้งอาจขยายจากระดับข้อสงสัยทางสังคม ไปสู่แรงกดดันทางการเมืองโดยตรง
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย มองว่า หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เร่ง “ถอดชนวน”ปัญหาข้างต้น รัฐบาลมีโอกาสสั่นคลอนถึงขั้นพังได้ หากคำถามเรื่องความโปร่งใสของโครงการยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ดังนั้น การพ้นโทษของนายทักษิณจึงเป็นตัวแปรใหม่ในสมการอำนาจของรัฐบาลผสม เพราะเมื่อผู้นำทางความคิดของเพื่อไทยมีพื้นที่เคลื่อนไหวมากขึ้น แรงกดดันต่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
บทสรุปของสถานการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่า รัฐบาลจะสามารถประคองสมดุลระหว่างอำนาจการเมือง ผลประโยชน์ของพรรคร่วม และแรงตรวจสอบจากสังคมได้หรือไม่ หากปมทุนสีน้ำเงินยังไม่ถูกคลี่คลาย การกลับมาของนายทักษิณจึงเป็นแรงสั่นสะเทือนใหม่ที่ทดสอบความมั่นคงของรัฐบาลทั้งกระดาน.







