posttoday

ประชาธิปัตย์จับคู่บุ๋น“อภิสิทธิ์-ชัยวุฒิ"รีเซ็ตพรรคยุคการเมือง2ขั้ว

11 ตุลาคม 2568

การกลับมาของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือจุดเปลี่ยนสำคัญของพรรคเก่าแก่ที่สุดของไทย กับภารกิจฟื้นพรรคให้ยืนหยัดในสมรภูมิใหม่ของการเมืองสองขั้ว ที่เต็มไปด้วยความท้าทายทั้งภายในและภายนอกพรรค

KEY

POINTS

  • พรรคประชาธิปัตย์วางแผน “รีเซ็ตพรรค” โดยจับคู่ทีม “บุ๋นคู่บุ๋น” ให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค และชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็นเลขาธิการพรรค
  • เป้าหมายหลักของการกลับมาครั้งนี้คือการฟื้นฟูศรัทธาและกอบกู้พรรคที่ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องให้กลับมาเป็นสถาบันการเมืองที่ได้รับความเชื่อถืออีกครั้ง
  • ท่ามกลางการเมืองสองขั้ว พรรคจะวางจุดยืนเป็น “พรรคกลางที่ยึดหลักการ” ไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ทางการเมือง

การกลับมาท่ามกลางรอยร้าวทางการเมือง

การหวนคืนตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่เพียง “การย้อนอดีต” แต่เป็นภารกิจท้าทายในการชุบชีวิตพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยรุ่งเรืองสูงสุดก่อนปี 2557 และตกต่ำเรื่อยมา จนแทบหลุดจากสนามการเมืองระดับชาติ พรรคที่เคยยืนหยัดบนหลักการและความซื่อสัตย์ ต้องเผชิญคำถามว่า อุดมการณ์ยังมีที่ยืนหรือไม่ในยุคที่การเมืองขับเคลื่อนด้วยปัจจัยใหม่

การพ่ายแพ้ต่อเนื่องในการเลือกตั้ง และการสูญเสียฐานเสียงภาคใต้ให้พรรคภูมิใจไทยและรวมไทยสร้างชาติ ทำให้ “อภิสิทธิ์” วัย 60 ปี ต้องกลับมาพร้อมคำมั่น “ฟื้นศรัทธา–ฟื้นระบบ” ด้วยการคืนพลังให้คนรุ่นกลางและเยาวชนในพรรคเข้ามามีส่วนร่วม การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรับตำแหน่ง แต่คือ “การเดิมพันครั้งสุดท้าย” ของพรรคในฐานะสถาบันทางการเมืองที่ยังมีรากทางประวัติศาสตร์

ขณะที่หลายฝ่ายยังสงสัยว่า ประชาธิปัตย์ในยุคอภิสิทธิ์จะสามารถสร้าง “จุดขายใหม่” ได้หรือไม่ เพราะบริบทการเมืองไทยปัจจุบันถูกครอบงำโดยกระแส “พรรคอารมณ์–พรรคบุคคล” มากกว่าพรรคอุดมการณ์ ความท้าทายจึงอยู่ที่การคืนความเชื่อมั่นใน “พรรคการเมืองแบบสถาบัน” ท่ามกลางยุคที่ความอดทนทางการเมืองของสังคมสั้นลง

แผนรีเซ็ตพรรคและดีลอำนาจภายใน

การกลับมาครั้งนี้ประชาธิปัตย์วางแผน “รีเซ็ตพรรค” อย่างรอบด้าน ด้วยการจับคู่ “ทีมบุ๋นคู่บุ๋น” ระหว่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.ตาก เป็นเลขาธิการพรรค นับเป็นสูตรใหม่ที่ท้าทายขนบเดิม เพราะอดีตพรรคมักมีหัวหน้าสายบุ๋นควบคู่เลขาธิการสายบู๊ เช่น “ชวน–สุเทพ” การจับคู่สองนักคิดครั้งนี้จึงเป็นการทดลองว่าพรรคจะเดินได้หรือไม่ในยุคที่สนามการเมืองต้องการทั้งอุดมการณ์และพลังภาคสนาม

ในทางโครงสร้างอำนาจ พรรคชุดเก่าภายใต้ “เฉลิมชัย–เดชอิศม์” ถอยออกโดยสมัครใจ เปิดทางให้ทีมอภิสิทธิ์วางทัพใหม่เต็มรูปแบบ มีการทาบทามบุคลากรเก่ากลับมาช่วยงาน เช่น กรณ์ จาติกวณิช สกลธี ภัททิยกุล เพื่อเสริมภาพลักษณ์มืออาชีพและรุ่นกลางที่เข้าใจเศรษฐกิจและสื่อสมัยใหม่ แม้ความพยายามดึงบุคคลนอกวงการอย่าง “มาดามแป้ง” และ “มาดามเดียร์” สะท้อนความตั้งใจสร้างพรรคสมัยใหม่ที่มีสีสันหลากหลายมากขึ้น

พรรคยังจัดวางบทบาทผู้อาวุโสอย่างเป็นระบบ นายชวน หลีกภัย รับบท “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” หรือ Chief Coach ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณ ขณะที่ บัญญัติ บรรทัดฐาน และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ถอยจากแนวหน้า เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ ส่วน นิพนธ์ บุญญามณี อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างอยู่หรือไป ทั้งหมดคือสัญญาณของ “การเปลี่ยนผ่านอย่างมีศักดิ์ศรี” ที่ยึดคุณค่าความต่อเนื่องมากกว่าความเร็ว
 

ฟื้นพรรคเก่าในยุคการเมืองเปลี่ยนขั้ว

การกลับมาของอภิสิทธิ์เกิดขึ้นท่ามกลางโครงสร้างการเมืองที่กลับหัว พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาหลังข้ามขั้วร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยขยายอิทธิพลในภาคใต้–อีสาน ส่วนพรรคก้าวไกลยังครองใจคนรุ่นใหม่แม้ถูกสกัดจากอำนาจรัฐ พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องหาคำตอบว่า “จะยืนตรงไหน” ในสนามที่เหลือพื้นที่จำกัดให้พรรคขนาดกลาง อภิสิทธิ์เลือกแนวทาง “พรรคกลางที่ยึดหลัก ไม่เอียงขั้ว” เน้นเหตุผลและหลักการมากกว่าอารมณ์ทางการเมือง

จุดแข็งของทีมอภิสิทธิ์คือความสะอาดทางการเมืองและภาพลักษณ์โปร่งใส ปราศจากทุนแฝง พร้อมประสบการณ์ทางนโยบายเสรีนิยมประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ทว่าจุดอ่อนคือบุคลิกที่ดูห่างเหินจากฐานรากหญ้าและโครงสร้างพรรคที่ยังไม่เอื้อต่อการปั้นคนรุ่นใหม่ ฐานเสียงภาคใต้ถูกแบ่งไปแล้ว ทำให้พรรคต้องรีบสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและนโยบายจับต้องได้

ประชาธิปัตย์ในยุคอภิสิทธิ์จึงต้องเปลี่ยนทั้ง “ระบบคิด–ระบบคน–ระบบสื่อสาร” เพื่อกลับมาเป็นพรรคที่คนเชื่อถือได้อีกครั้ง การฟื้นฟูศรัทธาจึงไม่ใช่การรื้อฟื้นอดีต แต่คือการสร้างตัวตนใหม่ที่ยังยึดหลักเดิมแต่ทันสมัยกว่าเดิม หากทำได้สำเร็จ พรรคเก่าแก่ที่สุดของไทยอาจกลับมามีบทบาทสำคัญในยุคที่สังคมเรียกร้อง “การเมืองแห่งหลักการ”
 

ข่าวล่าสุด

ปรับทัพสู้ศึกพลังงาน! SMART HOME ตรึงราคาช่วยผู้บริโภค ปรับเป้าทั้งปี 2,000 ล้านบาท ดึงมอเตอร์ไซต์ EV ปั้มยอด