posttoday
เมื่อระบบป้องกันเข้มงวดของ OpenAI และ Anthropic ทำคนหันไปหา AI จีน

เมื่อระบบป้องกันเข้มงวดของ OpenAI และ Anthropic ทำคนหันไปหา AI จีน

09 ตุลาคม 2569

มาตรการความปลอดภัยของ AI เริ่มถูกมองเป็นอุปสรรค เมื่อนักพัฒนาถูกปฏิเสธงานถูกกฎหมาย จนบางส่วนหันพึ่งโมเดลโอเพนซอร์สจากจีนแทน

KEY

POINTS

  • มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเกินไปของ AI จาก OpenAI และ Anthropic ได้กลายเป็นอุปสรรคและขัดขวางการทำงานของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในสายงานเฉพาะทางอย่างความปลอดภัยไซเบอร์และวิศวกรรมหุ่นยนต์
  • นักพัฒนาและบริษัทต่างๆ พบว่า AI มักปฏิเสธคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้การทำงานล่าช้าหรือหยุดชะงัก แม้จะเป็นขั้นตอนการทำงานปกติก็ตาม
  • จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มหันไปพึ่งพาโมเดล AI โอเพนซอร์สจากจีน เช่น GLM, Kimi และ Qwen ซึ่งมีข้อจำกัดน้อยกว่าและสามารถปรับแต่งให้เข้ากับงานได้ดีกว่า

ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นการนำ AI ไปใช้ในการโจมตีไซเบอร์ ทำให้บริษัท AI เจ้าดังพยายามกำหนดกรอบการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของ Anthropic ผู้เปิดศักราชการโดนสั่งแบนกับ Claude Mythos หรือ OpenAI ที่จำต้องควบคุมอย่างเข้มงวดกับ GPT-6 Astra จนเป็นระบบ Safeguard เพื่อรักษาความปลอดภัยเบื้องต้น

 

อย่างไรก็ตามนักวิจัยจำนวนมากก็แสดงความเห็นว่า มาตรการนี้กลายเป็นสิ่งกีดขวางการทำงานแทน

 

เมื่อระบบป้องกันเข้มงวดของ OpenAI และ Anthropic ทำคนหันไปหา AI จีน

 

เมื่อความปลอดภัยกลายเป็นเครื่องกีดขวาง

 

ข้อมูลนี้อ้างอิงจากผลสำรวจ Developer Ecosystem Survey 2026 ของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกอย่าง JetBrains ที่เก็บข้อมูลจากนักพัฒนากว่า 15,000 รายพบว่า ระบบความปลอดภัยของบริษัท AI เจ้าดัง กลายเป็นสิ่งขัดขวางการทำงานในสายของพวกเขาแทน

ปัจจุบันสายงานพัฒนาซอฟต์แวร์มีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย ข้อมูลจากจำนวนผู้ร่วมทดสอบนับหมื่นพบว่า มีการใช้ AI Agent ช่วยในการเขียนโค้ดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งกว่า 90% และแม้จะเจาะจงการใช้งาน AI เขียนโค้ดทุกวัน ก็ยังมีผู้ใช้งานจำนวนกว่า 68% แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมในการใช้ทำงาน

อย่างไรก็ตามปัญหาที่พวกเขาต้องประสบในขั้นตอนใช้งานจริงคือ AI ปฏิเสธคำสั่งหรือมีระบบความปลอดภัยเข้ามาแทรกแซงการทำงาน ทำให้การทำงานติดขัดเพราะต้องคอยมาชี้แจงอธิบายหรือหาทางหลบเลี่ยงความปลอดภัยจนทำให้ทุกอย่างล่าช้า หรือในกรณีร้ายแรงก็อาจไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย แม้พวกเขาจะทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม

ในกลุ่มนี้ Anthropic เป็นบริษัทที่เกิดผลกระทบที่สุด โดยเฉพาะการใช้งานโมเดลระดับสูงอย่าง Fable ที่มีปัญหาการแจ้งเตือนผิดพลาด จนเกิดคำสั่งระงับการทำงานกลางคัน ทั้งที่คำสั่งที่ผู้ใช้งานป้อนเข้าสู่ระบบเป็นคำสั่งทั่วไป หรือคำสั่งที่เกี่ยวพันกับงานที่ทำอยู่ จนบางรายถึงขั้นไม่สามารถปฏิบัติงานต่อได้

อีกบริษัทที่ได้รับการพูดถึงไม่แพ้กันคือ OpenAI กับโมเดล GPT-6 Astra ที่มีการติดตั้งกลไกป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อคัดกรองเนื้อหาไม่ให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย แต่นั่นทำให้งานและคำสั่งจากผู้ใช้งานทั่วไปที่ทำงานอย่างถูกต้องถูกระงับหรือปิดกั้น จนไม่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นเช่นกัน

 

เมื่อระบบป้องกันเข้มงวดของ OpenAI และ Anthropic ทำคนหันไปหา AI จีน

 

ตัวอย่างของสายงานที่ได้รับผลกระทบจากกลไกความปลอดภัย

 

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดคือ งานความปลอดภัยไซเบอร์ ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบระบุว่า โมเดลรุ่นใหม่ทั้ง Claude Fable และ GPT-6 Astra เกลียดคำว่า ไซเบอร์ มากๆ แค่สั่งให้ตรวจสอบช่องโหว่โค้ดที่เป็นขั้นตอนทำงานปกติของงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งสองโมเดลก็ปฏิเสธเรื่องนี้แบบไร้เยื่อใย

 

ความเห็นนี้สอดคล้องกับกรณีการถูกโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ของ Hugging Face ที่พวกเขาถูก AI Agent ปริศนา(ทราบภายหลังว่าเป็นของ OpenAI)เจาะระบบ จนพวกเขามองหา AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการป้องกัน แต่กลับถูก Claude ของ Anthropic และ GPT ของ OpenAI ปฏิเสธการทำงานโดยสิ้นเชิง

 

ไม่เพียงแค่ความปลอดภัยไซเบอร์เท่านั้น งานในกลุ่มวิศวกรหุ่นยนต์เองก็ประสบปัญหาเช่นกัน เมื่อป้อนคำสั่งให้ AI สร้างหน้าจอควบคุมแขนกล หรือเชื่อมต่อการควบคุมหุ่นยนต์สู่อีกอุปกรณ์ ระบบจะทำการปฏิเสธในทันที ทั้งที่ในขั้นตอนการจำลองกลับสามารถทำงานเดียวกันได้อย่างราบรื่น

 

อีกส่วนที่เกิดปัญหาคือ งานด้านการบินและอวกาศ เมื่อมีการป้อนคำสั่งให้ AI ควบคุมยานอวกาศจำลอง ระบบจะมองว่าเป็นโครงการลับทางการทหารและปฏิเสธการทำงานตลอด โดยเฉพาะ Claude ที่ค่อนข้างมีเกณฑ์การควบคุมและสั่งบล็อกมากกว่าค่ายอื่น จากมาตรการป้องกันนำไปพัฒนาอาวุธสงคราม

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า มาตรการความปลอดภัยที่มากเกินไปก็สร้างปัญหาในการใช้งาน ทั้งในกลุ่มงานที่ป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์ หรือแม้แต่งานที่มีความเป็นไปได้เองก็ได้รับผลกระทบ จนการป้องกันดังกล่าวกลายเป็นสิ่งกีดขวางให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงวิทยาการระดับสูงแทน

 

นำไปสู่ความเบื่อหน่ายในการใช้ AI ของสหรัฐฯและเริ่มมองหาตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันแทน

 

เมื่อระบบป้องกันเข้มงวดของ OpenAI และ Anthropic ทำคนหันไปหา AI จีน

 

หนีจากบริษัท AI สหรัฐฯหันมาซบโมเดลจีน

 

บริษัทที่แสดงให้เห็นแนวคิดนี้ชัดเจนเป็นที่แรกคือ Hugging Face ในเหตุการณ์ที่ถูก AI Agent บุกถล่ม ภายหลัง Claude และ GPT ไม่ยอมเข้ามาจัดการ ที่สุดพวกเขาจึงเปลี่ยนไปใช้โมเดลโอเพนซอร์สอย่าง GLM 5.2 จากจีน เพื่อแก้ปัญหา Safeguard โดยการรันบนเครื่องภายใน จนสามารถสกัดกั้นการโจมตีสำเร็จในไม่กี่ชั่วโมง

 

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่เจ้าเดียวที่มีแนวคิดแบบนี้ หลายบริษัทก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายหลังจากโมเดลปิดของบริษัทยักษ์ใหญ่ปฏิเสธการทำงานในหลายครั้ง พวกเขาจึงหันมาใช้งาน Kimi ของ Moonshot AI เพื่อจัดการงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์แทน เช่นเดียวกับบริษัทนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่มอง Qwen เป็นตัวเลือกทดแทนเช่นกัน

 

จุดสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกโมเดลโอเพนซอร์สจากจีนมาจากความจำเป็น เพื่อให้สามารถตอบสนองการทำงานในสาขานั้นๆ ด้วยข้อจำกัดที่น้อยกว่า โดยอาศัยการดาวน์โหลดลงบนอุปกรณ์แล้วให้ประมวลผลข้อมูลภายในอีกที ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยและปิดกั้นการรั่วไหลของข้อมูลโดยสมบูรณ์

 

การเปลี่ยนมาใช้โมเดลจากจีนยังมีข้อดีในด้าน การประหยัดต้นทุน เพราะงานบางสาขาไม่ได้ต้องการโมเดลประสิทธิภาพสูงเสมอไป เพียงโมเดลขนาดกลางหรือเล็กที่จัดการงานซ้ำซ้อนจำนวนมากได้ก็สามารถใช้งานได้ จึงเริ่มมีบางส่วนที่หันไปพึ่งพาโมเดลโอเพนซอร์ส

 

นอกจากนี้โมเดลโอเพนซอร์สหลายตัวยังได้รับการปรับแต่งจากคอมมูนิตี้หรือชุมชนนักพัฒนาซอฟค์แวร์ ให้สอดตล้องกับรูปแบบงานและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น ทำให้นี่เป็นอีกตัวเลือกสำคัญที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากให้ความสนใจ และกลายเป็นช่องทางทดแทนโมเดลเจ้าใหญ่ที่เต็มไปด้วยระเบียบข้อบังคับ

 

 

 

แน่นอนสำหรับผู้ใช้งานในสาขาอื่นหรือผู้ใช้งานทั่วไป การผันไปใช้งานโมเดลระดับรองหรือพึ่งพาโอเพนซอร์สมาให้ประมวลผลภายในเป็นเรื่องยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง การใช้งานโมเดล AI จากบริษัทใหญ่จึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกและสมเหตุสมผลกว่า แต่โอเพนซอร์สก็ถือเป็นตัวเลือกน่าสนใจในการทดแทนเช่นกัน

 

ต้องรอดูกันต่อไปว่าบริษัทยักษ์ใหญ่จะแก้ไข หรือปล่อยให้โอเพนซอร์สจีนกินส่วนแบ่งตรงนี้ไปแทน

 

 

 

ที่มา

 

https://venturebeat.com/technology/developers-say-openai-and-anthropic-safeguards-are-flagging-routine-work-and-costing-them-time

 

https://www.mindstudio.ai/blog/chinese-model-defends-against-openai-hack

 

ข่าวล่าสุด

คนอังกฤษโหวต กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026

คนอังกฤษโหวต กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026