
SET ผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอน แนะ “Selective Buy” ชู ERW และ PR9
InnovestX คาด SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ จากความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ขณะที่ Bond Yield แม้ย่อตัวลงมาแต่ยังอยู่ในระดับสูง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ ERW และ PR9
KEY
POINTS
- InnovestX คาด SET มีความผันผวนสูงจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ ราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่ทรงตัวสูง รวมถึงความกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ
- กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำคือ "Selective Buy" หรือเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจำกัดและมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มบริโภคในประเทศ, กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วม
- หุ้นเด่นที่น่าสนใจคือ ERW ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของภาคท่องเที่ยว และ PR9 ที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ จากความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ขณะที่ Bond Yield แม้จะย่อตัวลงมาแต่ยังอยู่ในระดับสูงเช่นกัน คาดตลาดเลือกลงทุนด้วยความระมัดระวัง โดยกลุ่มพลังงานน่าจะได้อานิสงส์เชิงบวก ขณะที่กระแส Fund Flow ยังไม่ไหลเข้า หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิอีกครั้ง ประกอบกับสัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยมีวันทำการค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีวันหยุดคั่น ทำให้อาจมีแรงขายลดความเสี่ยงข้ามสัปดาห์ ทางเทคนิคดัชนีปรับลงหลังขึ้นไม่ ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน เป็นสัญญาณลบที่มีโอกาสอ่อนตัวลงต่อ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. และ 11-13 ต.ค.นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น
3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ERW ปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน คาดผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากค่าห้องพักเฉลี่ยที่แข็งแกร่งและอัตราการเข้าพักที่สูง ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากวิกฤตอุทกภัย คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ 110 ล้านบาท (+42%YoY และ +66%QoQ) และคาดจะทำจุดสูดสุดในไตรมาส 4/2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.66 บาท
PR9 ปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น หลังเห็นสัญญาณฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่ทยอยกลับมารับบริการ ขณะที่ผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล การขยายบริการรักษาโรคยากซับซ้อน และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.30 บาท







