posttoday
ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ

ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ

16 กันยายน 2569

เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia เผยในงาน Dreamforce เทคโนโลยี AI ไม่ต้องการกฎหมายใหม่คุม ชี้ความปลอดภัยคือเรื่องวิศวกรรม เชื่อมั่นกลไกตลาดเสรีจัดการได้

 

'เจนเซน หวง' ซีอีโอของ Nvidia เผยในงานสัมมนา Dreamforce ว่า เทคโนโลยี AI ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่มาควบคุม โดยระบุว่าความปลอดภัยของ AI เป็น "โจทย์ทางวิศวกรรม" ไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมาย

 

พร้อมเชื่อมั่นว่ากลไกตลาดเสรีจะผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยก่อนปล่อยสู่สาธารณะโดยอัตโนมัติ

 

เจนเซน หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของโลก ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตและความปลอดภัยของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

ท่ามกลางกระแสความกังวลจากหลายฝ่าย โดยเขามองว่า AI สามารถควบคุมได้ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน

 

ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ


 

AI คือซอฟต์แวร์ ไม่ใช่สิ่งลี้ลับจากต่างดาว

 

เมื่อวันอังคาร ในงานสัมมนา Dreamforce ของบริษัท Salesforce เจนเซน หวง  ได้ออกมาชี้แจงเพื่อคลายความกังวลของนักวิจัยด้านความปลอดภัยบางกลุ่ม (รวมถึงนักวิจัยจาก OpenAI) ที่เคยมองว่า AI อาจพัฒนาตัวเองจนกลายเป็น "สิ่งลี้ลับต่างดาว" (Alien mind) ที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้

 

เขาเน้นย้ำประเด็นสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจ ดังนี้

 

  • AI คือผลงานของมนุษย์: AI เป็นเพียงเทคโนโลยีที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ซึ่งมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมาเท่านั้น

 

  • มนุษย์มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ: เรามีสิทธิ์ขาดในการจัดการและควบคุม AI อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ เขายังกล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า...

 

"ความปลอดภัยคือโจทย์ทางวิศวกรรม ไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เรากำลังพัฒนาอยู่ก็คือซอฟต์แวร์และระบบคอมพิวเตอร์ ถึงแม้มันจะทำงานซับซ้อนแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นแค่ระบบคอมพิวเตอร์อยู่ดี" — เจนเซน หวง

 

 

พลังของ "กลไกตลาดเสรี"  

 

ซีอีโอของ Nvidia ชี้ว่าเทคโนโลยี AI ไม่จำเป็นต้องมีกฎระเบียบข้อบังคับใหม่มาควบคุมโดยเฉพาะ เนื่องจากเขาเชื่อมั่นว่า "กลไกตลาดเสรี" มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง 

 

เหตุผลหลักๆคือไม่มีบริษัทไหนอยากขายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หากผู้ผลิตยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก็ย่อมไม่ปล่อยผลิตภัณฑ์นั้นออกสู่ตลาด

 

นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมยังสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับความปลอดภัยได้ บริษัทต่าง ๆ สามารถแข่งขันกันพัฒนา AI อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องละทิ้งความปลอดภัย หากพบปัญหาระหว่างทาง ก็แค่ระงับการทำงานชั่วคราวเพื่อแก้ไขระบบให้สมบูรณ์ก่อนเดินหน้าต่อ

 

ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ

 

"ยุคทองของ AI" กับผลประโยชน์ทางธุรกิจ 

 

แนวคิดที่อยากให้ "ตลาดจัดการตัวเอง" ของผู้นำ Nvidia ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในมุมมองทางธุรกิจ เพราะปัจจุบัน Nvidia คือบริษัทที่รับอานิสงส์สูงสุดจากการเติบโตของตลาด AI บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาฮาร์ดแวร์

 

ซึ่งเปรียบเสมือน "สมอง" ของ AI มาตั้งแต่ก่อนที่ ChatGPT จะถือกำเนิดขึ้น และปัจจุบันยังขยายขอบเขตธุรกิจครอบคลุมไปถึงการสร้างโมเดลโอเพนซอร์ส เครื่องมือทดสอบ และระบบแซนด์บ็อกซ์

 

อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ภาคเอกชนกำกับดูแลกันเองทั้งหมดก็ยังคงมีความเสี่ยง เพราะบทเรียนในอดีตเคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความผิดพลาดทางเทคโนโลยีสามารถสร้างผลกระทบตามมาเป็นวงกว้างได้มหาศาล

 

  • วิกฤตจอฟ้า (2024): ข้อผิดพลาดจากซอฟต์แวร์ CrowdStrike ที่ทำให้ระบบไอทีและเที่ยวบินทั่วโลกเป็นอัมพาต

 

  • ปัญหาจากโซเชียลมีเดีย: กรณีที่ Meta ต้องจ่ายเงินยอมความกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มสร้างความเสียหายต่อเยาวชน

 

  • ช่องโหว่ของ AI: กรณีโมเดลของ OpenAI เข้าแฮ็กระบบของ Hugging Face หรือคดีฟ้องร้องแชตบอต AI ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเยาวชน

 

แม้ เจนเซน หวง จะมองว่าเราสามารถนำกฎหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้า (Product Liability Laws) ที่มีอยู่ มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี AI ได้เลย

 

แต่หลายฝ่ายก็ยังคงกังวลว่า กฎหมายฉบับเดิมๆ อาจล้าหลังและรับมือไม่ทันกับปัญหาหรือความเสียหายรูปแบบใหม่ที่เกิดจาก AI

 

เทียบมุมมองกำกับดูแล AI: Nvidia vs Microsoft 

 

วงการเทคโนโลยียังคงมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเทียบมุมมองของสองซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก

 

ประเด็น

เจนเซน หวง (Nvidia)

สัตยา นาเดลลา (Microsoft)

การออกกฎหมาย AI

ไม่จำเป็น ใช้กฎหมายเดิมที่มีอยู่

สนับสนุนให้มีมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกัน

แนวทางการกำกับดูแล

กลไกตลาดเสรีจะคัดกรองผลิตภัณฑ์เอง

ควรมีมาตรฐานระดับโลก รวมถึงการดึง "จีน" เข้าร่วม

โมเดลที่สนับสนุน

โมเดลแบบ Open-weight เพื่อคานอำนาจ

เน้นความปลอดภัยแบบเป็นระบบสากล

 

ทั้งนี้ สัตยา นาเดลลา กล่าวในงาน All-In Summit ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการสร้างมาตรฐานโลกร่วมกัน

 

การที่ เจนเซน หวง ออกมาแสดงจุดยืนปฏิเสธกฎหมายควบคุม AI สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพของวิศวกรรมเทคโนโลยีและกลไกตลาดเสรี

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลของซีอีโอ Nvidia (ซึ่งมีรายงานว่าเขาสามารถส่งเสียงไปถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โดยตรง) ทิศทางการกำกับดูแล AI ในระดับโลกจึงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่า

 

ท้ายที่สุดแล้ว "ความปลอดภัย" จะถูกกำหนดโดยรัฐ หรือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้สร้างเทคโนโลยีอย่างสมบูรณ์


 

ข่าวล่าสุด

ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ

ซีอีโอ Nvidia ยันไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายคุม AI ปล่อยกลไกตลาดจัดการ