posttoday
สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน CXMT หวั่นเป็นภัยความมั่นคง

สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน CXMT หวั่นเป็นภัยความมั่นคง

30 กรกฎาคม 2569

สว.สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน (CXMT และ YMTC) โดยระบุว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ผนึกกำลังเรียกร้องให้ Apple ยุติแผนสั่งซื้อชิปจากบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำอย่าง CXMT Corp. และ Yangtze Memory Technologies Co. (YMTC)

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนำโดย จิม แบงก์ส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐอินเดียนา และชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวยอร์ก โดยได้ส่งจดหมายตรงถึง ทิม คุก ซีอีโอของ Apple เพื่อเรียกร้องให้ทางบริษัทหลีกเลี่ยงการนำชิปหน่วยความจำจากสองบริษัทนี้มาใช้ในอุปกรณ์ทุกชนิด แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อทำตลาดในจีนโดยเฉพาะก็ตาม

 

เนื้อหาในจดหมายเน้นย้ำถึงประเด็นที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่งจัดให้ CXMT และ YMTC อยู่ในรายชื่อองค์กรที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนกองทัพจีน

 

"การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงระยะยาวถือเป็นความผิดพลาด เพราะจะทำให้แบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ต้องนำซัพพลายเชนสำคัญไปพึ่งพาบริษัทที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าเป็นเครือข่ายทางทหารของจีน" กลุ่มวุฒิสมาชิกเตือนผ่านจดหมาย

 

นอกจากนี้ จดหมายฉบับดังกล่าวยังมีวุฒิสมาชิกคนสำคัญรายอื่นๆ ร่วมลงนามด้วย ทั้ง แอนดี คิม และ จีน ชาฮีน จากพรรคเดโมแครต รวมถึง ไมค์ คราโป และ พีท ริกเก็ตส์ จากพรรครีพับลิกัน

 

สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน CXMT หวั่นเป็นภัยความมั่นคง

วิกฤตชิปขาดแคลนและเกมการเมือง

 

ปัจจุบัน Apple กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อชิปหน่วยความจำจากบริษัทจีนอย่าง CXMT และ YMTC เพื่อรับมือกับวิกฤตชิปขาดแคลนทั่วโลกที่กำลังดันให้ราคาต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการชิปประมวลผล AI ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Nvidia

 

วิกฤตดังกล่าวบีบให้ Apple ต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าทุกรายการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Mac, iPad, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ Vision Pro

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Apple ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับจดหมายทักท้วงเรื่องการซื้อชิปในครั้งนี้

 

การที่กลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยวด้านความมั่นคงในวอชิงตันออกมาคัดค้านดีลนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ท่ามกลางสมรภูมิเทคโนโลยีที่ทวีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ประเด็นนี้ยิ่งน่าจับตามอง

 

เพราะเกิดขึ้นในช่วงก่อนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพบปะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการประชุมสุดยอดที่สหรัฐฯ ช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีวาระสำคัญเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปและแร่หายากรวมอยู่ด้วย

 

ท่าทีที่แข็งกร้าวของกลุ่มวุฒิสมาชิกถือเป็นการงัดข้อโดยตรงกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่าง Apple ที่เพิ่งทวงบัลลังก์บริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกคืนมาได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ยังมีความสนิทสนมกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการส่วนตัว

 

ซึ่งที่ผ่านมา Apple ได้พยายามเดินสายเข้าหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารของทรัมป์มาโดยตลอด รวมถึง สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหวังไฟเขียวให้ดีลการจัดซื้อชิปจากสองบริษัทจีนลุล่วงไปได้

 

สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน CXMT หวั่นเป็นภัยความมั่นคง

ความมั่นคงต้องมาก่อนเรื่องต้นทุน

 

กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ออกมาโต้แย้งแนวคิดที่ว่า Apple ควรหันไปซื้อชิปหน่วยความจำจากจีนเพื่อลดต้นทุน โดยชี้ให้เห็นว่าแนวคิดนี้แทบไม่ได้ช่วยประหยัดเงินตามที่อ้าง เพราะบางครั้งบริษัทจีนอย่าง CXMT ก็ตั้งราคาขายสูงกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ และต่อให้มีราคาถูกกว่าจริงๆ การที่ Apple ไฟเขียวให้นำชิปเหล่านี้มาใช้ในอุปกรณ์ของตน ก็ถือเป็นการสร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

นอกจากนี้ กลุ่มวุฒิสมาชิกยังมองว่า ข้ออ้างที่ระบุว่าจะนำชิปของ CXMT ไปใช้เฉพาะกับอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในจีนเท่านั้น เป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ในระยะยาว เพราะหากชิ้นส่วนเหล่านี้ผ่านการรับรองมาตรฐานจนเข้าไปอยู่ในสายการผลิตของ Apple ได้สำเร็จ การขยายไปใช้กับอุปกรณ์ทั่วโลกก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียวในขั้นตอนการจัดซื้อ

 

วุฒิสมาชิกที่ร่วมลงนามคัดค้านส่วนใหญ่มาจากรัฐที่เป็นฐานการผลิตสำคัญ เช่น นิวยอร์ก อินเดียนา และไอดาโฮ ซึ่งผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง Micron Technology ของสหรัฐฯ และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ กำลังทุ่มเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อขยายโรงงาน

 

หากสหรัฐฯ ปล่อยให้ชิปราคาถูกจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาด ย่อมสะเทือนถึงโครงการระดับชาตินี้ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act ปี 2022 เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้

 

"การที่ Apple เลือกซื้อชิปหน่วยความจำจากจีน จะเป็นการส่งสัญญาณให้บริษัทอื่นๆ ทำตาม ในจังหวะเดียวกับที่แรงงานชาวอเมริกันในรัฐอินเดียนา ไอดาโฮ นิวยอร์ก และเวอร์จิเนีย กำลังทุ่มเทขยายฐานการผลิตชิปครั้งประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปี" กลุ่มวุฒิสมาชิกกล่าวเตือน

 

 

เนื้อหาในจดหมายยังตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า Apple ได้เปิดเผยข้อมูลใดให้ CXMT ทราบไปแล้วบ้างระหว่างกระบวนการตรวจสอบคุณภาพชิป แม้ตามกฎแล้ว Apple จะไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสั่งซื้อสินค้าจาก CXMT โดยตรง

 

ทว่าภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสำนักอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) การส่งออกเทคโนโลยีควบคุมทั้งหมด รวมถึงพิมพ์เขียวและข้อมูลทางเทคนิคไปยังโรงงานผลิตชิปขั้นสูงในจีนนั้น จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์เสียก่อน ซึ่งปกติแล้วคำขอในลักษณะนี้แทบจะไม่เคยได้รับการอนุมัติ

 

แม้ว่า CXMT จะเพิ่งเปิดขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ในเซี่ยงไฮ้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่ได้อยู่ในรายชื่อบริษัทที่ถูกควบคุมตามระเบียบของ BIS แต่ในทางปฏิบัติ CXMT ก็ดำเนินกิจการโรงงานผลิตชิปขั้นสูงอยู่จริง

 

ขณะที่ YMTC นั้นถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ห้ามส่งออกเทคโนโลยีควบคุมใดๆ ให้โดยเด็ดขาดอยู่ก่อนแล้ว (หากย้อนไปในปี 2022 Apple เคยมีแผนสั่งซื้อชิปหน่วยความจำจาก YMTC แต่ต้องพับโครงการไปเพราะเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากรัฐบาลวอชิงตัน)

 

ท้ายที่สุด กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดให้ Apple ยืนยันภายในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ว่าจะไม่นำชิปหน่วยความจำจากทั้ง CXMT และ YMTC มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สินทางปัญญา สถานะการตรวจสอบชิ้นส่วนของทั้งสองบริษัท รวมถึงประเด็นที่ว่า Apple ได้เจรจาขอโควตาชิปพิเศษจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ด้วยหรือไม่

 

"บรรทัดฐานที่ Apple อาจสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาชิปขาดแคลนด้วยวิธีนี้ จะส่งผลกระทบต่อตลาดหน่วยความจำและความมั่นคงของชาติไปอีกหลายปี แม้ว่าในอนาคตวิกฤตซัพพลายเชนจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม เราจึงขอเรียกร้องให้ทางบริษัทพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและรัดกุม" กลุ่มวุฒิสมาชิกกล่าวทิ้งท้ายในจดหมาย

ข่าวล่าสุด

เจาะมาตรการจีนสกัดทองกระดาษ YLG ชี้กระทบสั้น เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88%

เจาะมาตรการจีนสกัดทองกระดาษ YLG ชี้กระทบสั้น เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88%