
สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน CXMT หวั่นเป็นภัยความมั่นคง
สว.สหรัฐฯ จี้ Apple ยุติแผนซื้อชิปจีน (CXMT และ YMTC) โดยระบุว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ผนึกกำลังเรียกร้องให้ Apple ยุติแผนสั่งซื้อชิปจากบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำอย่าง CXMT Corp. และ Yangtze Memory Technologies Co. (YMTC)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนำโดย จิม แบงก์ส วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐอินเดียนา และชัค ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวยอร์ก โดยได้ส่งจดหมายตรงถึง ทิม คุก ซีอีโอของ Apple เพื่อเรียกร้องให้ทางบริษัทหลีกเลี่ยงการนำชิปหน่วยความจำจากสองบริษัทนี้มาใช้ในอุปกรณ์ทุกชนิด แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อทำตลาดในจีนโดยเฉพาะก็ตาม
เนื้อหาในจดหมายเน้นย้ำถึงประเด็นที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่งจัดให้ CXMT และ YMTC อยู่ในรายชื่อองค์กรที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนกองทัพจีน
"การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงระยะยาวถือเป็นความผิดพลาด เพราะจะทำให้แบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ต้องนำซัพพลายเชนสำคัญไปพึ่งพาบริษัทที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าเป็นเครือข่ายทางทหารของจีน" กลุ่มวุฒิสมาชิกเตือนผ่านจดหมาย
นอกจากนี้ จดหมายฉบับดังกล่าวยังมีวุฒิสมาชิกคนสำคัญรายอื่นๆ ร่วมลงนามด้วย ทั้ง แอนดี คิม และ จีน ชาฮีน จากพรรคเดโมแครต รวมถึง ไมค์ คราโป และ พีท ริกเก็ตส์ จากพรรครีพับลิกัน
วิกฤตชิปขาดแคลนและเกมการเมือง
ปัจจุบัน Apple กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อชิปหน่วยความจำจากบริษัทจีนอย่าง CXMT และ YMTC เพื่อรับมือกับวิกฤตชิปขาดแคลนทั่วโลกที่กำลังดันให้ราคาต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการชิปประมวลผล AI ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Nvidia
วิกฤตดังกล่าวบีบให้ Apple ต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าทุกรายการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Mac, iPad, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ Vision Pro
อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Apple ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับจดหมายทักท้วงเรื่องการซื้อชิปในครั้งนี้
การที่กลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยวด้านความมั่นคงในวอชิงตันออกมาคัดค้านดีลนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ท่ามกลางสมรภูมิเทคโนโลยีที่ทวีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ประเด็นนี้ยิ่งน่าจับตามอง
เพราะเกิดขึ้นในช่วงก่อนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพบปะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการประชุมสุดยอดที่สหรัฐฯ ช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีวาระสำคัญเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปและแร่หายากรวมอยู่ด้วย
ท่าทีที่แข็งกร้าวของกลุ่มวุฒิสมาชิกถือเป็นการงัดข้อโดยตรงกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่าง Apple ที่เพิ่งทวงบัลลังก์บริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกคืนมาได้เมื่อสัปดาห์ก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ยังมีความสนิทสนมกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการส่วนตัว
ซึ่งที่ผ่านมา Apple ได้พยายามเดินสายเข้าหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารของทรัมป์มาโดยตลอด รวมถึง สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหวังไฟเขียวให้ดีลการจัดซื้อชิปจากสองบริษัทจีนลุล่วงไปได้
ความมั่นคงต้องมาก่อนเรื่องต้นทุน
กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ออกมาโต้แย้งแนวคิดที่ว่า Apple ควรหันไปซื้อชิปหน่วยความจำจากจีนเพื่อลดต้นทุน โดยชี้ให้เห็นว่าแนวคิดนี้แทบไม่ได้ช่วยประหยัดเงินตามที่อ้าง เพราะบางครั้งบริษัทจีนอย่าง CXMT ก็ตั้งราคาขายสูงกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ และต่อให้มีราคาถูกกว่าจริงๆ การที่ Apple ไฟเขียวให้นำชิปเหล่านี้มาใช้ในอุปกรณ์ของตน ก็ถือเป็นการสร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ กลุ่มวุฒิสมาชิกยังมองว่า ข้ออ้างที่ระบุว่าจะนำชิปของ CXMT ไปใช้เฉพาะกับอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในจีนเท่านั้น เป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ในระยะยาว เพราะหากชิ้นส่วนเหล่านี้ผ่านการรับรองมาตรฐานจนเข้าไปอยู่ในสายการผลิตของ Apple ได้สำเร็จ การขยายไปใช้กับอุปกรณ์ทั่วโลกก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียวในขั้นตอนการจัดซื้อ
วุฒิสมาชิกที่ร่วมลงนามคัดค้านส่วนใหญ่มาจากรัฐที่เป็นฐานการผลิตสำคัญ เช่น นิวยอร์ก อินเดียนา และไอดาโฮ ซึ่งผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง Micron Technology ของสหรัฐฯ และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ กำลังทุ่มเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อขยายโรงงาน
หากสหรัฐฯ ปล่อยให้ชิปราคาถูกจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาด ย่อมสะเทือนถึงโครงการระดับชาตินี้ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act ปี 2022 เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้
"การที่ Apple เลือกซื้อชิปหน่วยความจำจากจีน จะเป็นการส่งสัญญาณให้บริษัทอื่นๆ ทำตาม ในจังหวะเดียวกับที่แรงงานชาวอเมริกันในรัฐอินเดียนา ไอดาโฮ นิวยอร์ก และเวอร์จิเนีย กำลังทุ่มเทขยายฐานการผลิตชิปครั้งประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปี" กลุ่มวุฒิสมาชิกกล่าวเตือน
เนื้อหาในจดหมายยังตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า Apple ได้เปิดเผยข้อมูลใดให้ CXMT ทราบไปแล้วบ้างระหว่างกระบวนการตรวจสอบคุณภาพชิป แม้ตามกฎแล้ว Apple จะไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสั่งซื้อสินค้าจาก CXMT โดยตรง
ทว่าภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสำนักอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) การส่งออกเทคโนโลยีควบคุมทั้งหมด รวมถึงพิมพ์เขียวและข้อมูลทางเทคนิคไปยังโรงงานผลิตชิปขั้นสูงในจีนนั้น จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์เสียก่อน ซึ่งปกติแล้วคำขอในลักษณะนี้แทบจะไม่เคยได้รับการอนุมัติ
แม้ว่า CXMT จะเพิ่งเปิดขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ในเซี่ยงไฮ้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่ได้อยู่ในรายชื่อบริษัทที่ถูกควบคุมตามระเบียบของ BIS แต่ในทางปฏิบัติ CXMT ก็ดำเนินกิจการโรงงานผลิตชิปขั้นสูงอยู่จริง
ขณะที่ YMTC นั้นถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ห้ามส่งออกเทคโนโลยีควบคุมใดๆ ให้โดยเด็ดขาดอยู่ก่อนแล้ว (หากย้อนไปในปี 2022 Apple เคยมีแผนสั่งซื้อชิปหน่วยความจำจาก YMTC แต่ต้องพับโครงการไปเพราะเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากรัฐบาลวอชิงตัน)
ท้ายที่สุด กลุ่มวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดให้ Apple ยืนยันภายในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ว่าจะไม่นำชิปหน่วยความจำจากทั้ง CXMT และ YMTC มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายโอนทรัพย์สินทางปัญญา สถานะการตรวจสอบชิ้นส่วนของทั้งสองบริษัท รวมถึงประเด็นที่ว่า Apple ได้เจรจาขอโควตาชิปพิเศษจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ด้วยหรือไม่
"บรรทัดฐานที่ Apple อาจสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาชิปขาดแคลนด้วยวิธีนี้ จะส่งผลกระทบต่อตลาดหน่วยความจำและความมั่นคงของชาติไปอีกหลายปี แม้ว่าในอนาคตวิกฤตซัพพลายเชนจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม เราจึงขอเรียกร้องให้ทางบริษัทพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและรัดกุม" กลุ่มวุฒิสมาชิกกล่าวทิ้งท้ายในจดหมาย







