
TH-AI Passport ยังไม่จบ ยืนยันจ่ายตามใช้งานจริง ไม่มีดูงานต่างประเทศ
สดช.เปิดความคืบหน้า โครงการ TH-AI Passport อยู่ระหว่างปรับสัญญา จ่ายตามใช้งานจริง งบประมาณไม่ถึง 1,600 ล้านบาท ยืนยันไม่มีการดูงานต่างประเทศ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการปรับหลักการจ่ายเงินจากรูปแบบเดิมที่เป็นการซื้อเหมาทั้งก้อน ไปสู่การจ่ายตามการใช้งานจริงเป็นรายเดือน หรือ Pay per Use/Pay per Monthly Active User เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐสะท้อนจำนวนผู้ใช้งานจริงมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินเต็มวงเงิน หากประชาชนเข้ามาใช้งานต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทำให้งบประมาณที่ใช้อาจไม่ถึง 1,600 ล้านบาท
หลักการใหม่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมการตรวจรับกับเอกชน เพื่อปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับสัญญา ระบบคิดเงิน และรูปแบบการให้บริการจริง เนื่องจากการเปลี่ยนจากการซื้อเหมาทั้งก้อน มาเป็นการจ่ายตามผู้ใช้งานรายเดือน จำเป็นต้องจัดทำเอกสารและเงื่อนไขประกอบให้รอบคอบ ทั้งในมิติทางกฎหมาย การตรวจรับ และระบบการคำนวณค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจรับได้หารือกับภาคเอกชนในรูปแบบการประชุมอย่างเป็นทางการประมาณ 2 ครั้งแล้ว ขณะที่การหารือในระดับปฏิบัติการหรือการพูดคุยหลังบ้านยังมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับรายละเอียดให้เป็นเอกสารที่ชัดเจนก่อนเดินหน้าโครงการ โดยนายเวทางค์ กล่าวว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการลงนามหรือจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการ ก็ยังไม่สามารถถือว่ากระบวนการเจรจาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้
หลักการใหม่ของ TH-AI Passport คือรัฐต้องจ่ายตามการใช้งานจริง ไม่ใช่ซื้อเหมาแล้วจ่ายเต็มไม่ว่าประชาชนจะใช้มากหรือน้อย หากมีผู้ใช้งานจริงรายเดือน ระบบก็คิดเงินตามนั้น ซึ่งจะทำให้การใช้เงินภาครัฐระมัดระวังและตรวจสอบได้มากขึ้น
สำหรับกำหนดเปิดให้ประชาชนใช้งานโครงการ TH-AI Passport นายเวทางค์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการวางเป้าหมายเปิดให้บริการภายในเดือนกรกฎาคม หรือช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อสรุปจากการปรับรายละเอียดสัญญาและประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารกระทรวง เนื่องจากกระบวนการยังมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการให้รอบคอบ โดยเฉพาะการปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
นายเวทางค์ กล่าวว่า สำหรับโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 กรอบงบประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณไม่ได้อนุมัติงบดังกล่าว ถูกวางไว้เพื่อรองรับการดำเนินโครงการต่อเนื่อง หลังจากเฟสแรกสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าเฟสต่อไปยังต้องพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานจริง งบประมาณที่ได้รับ และความเหมาะสมของรูปแบบการให้บริการในระยะต่อไป
ยืนยันว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้มีข้อกำหนดให้บริษัทพาข้าราชการ คณะกรรมการตรวจรับ หรือบุคลากรของรัฐไปดูงานต่างประเทศ โดยใน TOR ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว ขณะที่ผู้เสนอราคาทั้ง 3 รายไม่ได้เสนอเรื่องการพาไปดูงานต่างประเทศ และสัญญาที่ลงนามก็ไม่ได้ระบุเงื่อนไขดังกล่าวเช่นกัน







