posttoday
AI ครองเวทีประชุมธนาคารกลางโลก  จับตาเข้มหวั่นกระทบเสถียรภาพการเงิน

AI ครองเวทีประชุมธนาคารกลางโลก จับตาเข้มหวั่นกระทบเสถียรภาพการเงิน

02 กรกฎาคม 2569

เวทีประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางโลกชี้ AI เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก หวั่นสร้างฟองสบู่การเงิน เพิ่มความผันผวน และกระทบตลาดแรงงานในระยะยาว

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการจับตามากที่สุดในการประชุมประจำปีของผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส โดยผู้กำหนดนโยบายการเงินต่างเห็นพ้องว่า แม้ AI จะมีศักยภาพในการยกระดับผลิตภาพและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ก็อาจสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจโลกในระดับที่ยากจะคาดการณ์

 

บรรดานักเศรษฐศาสตร์และผู้ว่าการธนาคารกลางระบุว่า AI จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตลาดการเงิน ตลาดแรงงาน การปล่อยสินเชื่อ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนความต้องการใช้พลังงาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของธนาคารกลางในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

 

ทอร์สเทน สล็อก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Apollo Global Management กล่าวบนเวทีประชุมว่า ไม่ว่า AI จะประสบความสำเร็จเกินคาดหรือทำได้ต่ำกว่าคาดการณ์ ล้วนส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินทั้งสิ้น โดยหาก AI เติบโตอย่างรวดเร็วเกินไป อาจสร้างความผันผวนครั้งใหญ่ แต่หากการลงทุนไม่ให้ผลตอบแทนตามคาด ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

 

ด้านเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมกับผู้ว่าการธนาคารกลางโลกเป็นครั้งแรก กล่าวว่า การปฏิวัติ AI ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของคนรุ่นปัจจุบัน พร้อมเปรียบเทียบว่า เช่นเดียวกับยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก่อให้เกิดอุตสาหกรรมและอาชีพใหม่จำนวนมหาศาล ดังนั้น AI ยังอยู่เพียงช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

AI ครองเวทีประชุมธนาคารกลางโลก  จับตาเข้มหวั่นกระทบเสถียรภาพการเงิน

 

หวั่น AI สร้างฟองสบู่สินทรัพย์และเพิ่มความผันผวนตลาด

 

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือมากที่สุด คือความเสี่ยงที่ AI จะเร่งการซื้อขายในตลาดการเงินผ่านระบบอัตโนมัติ จนก่อให้เกิดฟองสบู่ราคาสินทรัพย์และการปรับฐานอย่างรุนแรง

 

อิเทย์ โกลด์สตีน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เตือนว่า อัลกอริทึม AI ในอนาคตอาจสามารถประสานการซื้อขายเพื่อบิดเบือนราคาสินทรัพย์ได้อย่างซับซ้อน จนนำไปสู่การสร้างฟองสบู่และการเทขายครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก

 

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นกลุ่ม AI ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีลักษณะคล้ายฟองสบู่สินทรัพย์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกระแสลงทุนรถไฟในอังกฤษช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ฟองสบู่ตลาดหุ้นยุคทศวรรษ 1920 หรือวิกฤตดอตคอมช่วงปลายทศวรรษ 1990

 

รายงานของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า ขนาดและความรวดเร็วของการลงทุนใน AI ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ฟองสบู่ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ และสะท้อนความเสี่ยงด้านลบที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น หากผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

AI ครองเวทีประชุมธนาคารกลางโลก  จับตาเข้มหวั่นกระทบเสถียรภาพการเงิน

 

ระบบสินเชื่อและการกำกับดูแลเผชิญความท้าทายใหม่

 

ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า AI จะช่วยให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิตได้ละเอียดขึ้น และขยายการปล่อยสินเชื่อไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เดิมเข้าไม่ถึงระบบการเงิน

 

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ AI ที่มีลักษณะเป็น "กล่องดำ" (Black Box) ซึ่งยากต่อการอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจ จะทำให้หน่วยงานกำกับดูแลเผชิญความท้าทายในการตรวจสอบความโปร่งใสและความเป็นธรรมของระบบสินเชื่อ

 

โทเบียส เอเดรียน เจ้าหน้าที่อาวุโสของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า การกำกับดูแลการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อของ AI จะเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของผู้กำกับดูแลในอนาคต เนื่องจากไม่สามารถอธิบายกระบวนการตัดสินใจของระบบได้อย่างชัดเจน

 

AI อาจเพิ่มความเหลื่อมล้ำและความเสี่ยงไซเบอร์

 

ที่ประชุมยังแสดงความกังวลว่า AI จะยิ่งขยายช่องว่างระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา เพราะต้นทุนในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ซาราห์ บรีเดน รองผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ เสนอว่า โลกอาจต้องพัฒนาระบบประกันความเสี่ยงด้านไซเบอร์ในลักษณะเดียวกับระบบประกันเงินฝาก เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถดำเนินงานต่อได้หากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่

 

ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของ AI ล้วนเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

 

ผู้ร่วมประชุมเห็นตรงกันว่า ความท้าทายสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าการพัฒนา AI จะประสบความสำเร็จมากหรือน้อย ก็ล้วนมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

 

หาก AI มีประสิทธิภาพสูงตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง เครื่องจักรอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในวงกว้าง ส่งผลให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น กำลังซื้อของประชาชนลดลง และอาจฉุดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

ในทางกลับกัน หาก AI ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่นักลงทุนคาดหวัง เม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ก็อาจสูญเปล่า และสร้างแรงกระแทกต่อระบบการเงินเช่นกัน

 

ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา ทิฟฟ์ แม็กเคลม สรุปว่า แม้อินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนโลกและสร้างธุรกิจใหม่จำนวนมาก แต่ก็ยังเกิดฟองสบู่ดอตคอมในท้ายที่สุด ดังนั้น AI ก็อาจเดินซ้ำรอยเดิมได้ หากตลาดคาดหวังสูงเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจรองรับ.

 

ข่าวล่าสุด

เปิดรายชื่อ 72 กมธ.งบประมาณปี 2570 “มาดามเดียร์” นั่งโควตาประชาธิปัตย์

เปิดรายชื่อ 72 กมธ.งบประมาณปี 2570 “มาดามเดียร์” นั่งโควตาประชาธิปัตย์