Hadrian หุ่นยนต์ก่อสร้าง ไม่หวั่นลมฝน ก่ออิฐเร็วกว่าคน 10 เท่า
FBR Limited เปิดตัว Hadrian หุ่นยนต์ก่ออิฐอัตโนมัติ เร็วกว่าแรงงานคน 10 เท่า ลดขยะเหลือทิ้งเหลือ 1% พลิกโฉมอุตสาหกรรมก่อสร้างยุคขาดแคลนแรงงาน
อุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นภาคส่วนที่ต้องอาศัยแรงงานจำนวนมากในการจัดการ หลายครั้งเมื่อเกิดการติดขัดหรือปัญหาเชิงสังคมก็ส่งผลกระทบต่อโครงการขนาดใหญ่ได้ง่าย เมื่อรวมกับปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายประเทศ จึงเริ่มมีแนวคิดในการนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยเหลือในการทำงาน
หนึ่งในนั้นคือหุ่นยนต์ก่ออิฐรุ่นใหม่ ที่อาจช่วยงานก่อสร้างอย่างกว้างขวาง
Hadrian หุ่นยนต์ก่ออิฐอัตโนมัติเร็วกว่ามนุษย์ 10 เท่า
ผลงานนี้เป็นของบริษัทหุ่นยนต์ FBR Limited จากออสเตรเลีย ในการคิดค้นพัฒนา Hadrian หุ่นยนต์ก่อสร้างรุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยในงานก่ออิฐฉาบปูนให้สะดวกรวดเร็ว รองรับการก่อสร้างบ้านพักไปจนอาคารที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ในระดับความเร็วมากกว่ามนุษย์นับ 10 เท่า
ตัวหุ่น Hadrian เป็นหุ่นยนต์รูปทรงแขนกลขนาดยักษ์ที่ได้รับการติดตั้งไว้บนรถบรรทุก มีระยะการทำงานสูงสุดที่ 32 เมตร รองรับอิฐอิฐขนาด 58 x 38 x 27 เซนติเมตร รองรับน้ำหนักสูงสุด 45 กิโลกรัม พร้อมรองรับการก่ออิฐเพื่อสร้างกำแพงได้สูงสุดถึง 360 ก้อน/ชั่วโมง
จุดสำคัญของหุ่นยนต์ตัวนี้คือ ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาเฉพาะ สามารถแปลงแบบแปลน 3 มิติที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบให้ออกมาเป็นภาพในสถานที่จริง จากนั้นจึงเริ่มคำนวณจำนวนอิฐที่ต้องใช้งานในการก่อสร้าง โดยปรับแต่งให้มีการตัดเศษอิฐเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด เพื่อลดปริมาณขยะจากการก่อสร้างให้เหลือต่ำกว่า 1%
อีกส่วนที่เป็นไฮไลท์ไม่แพ้กันคือ ระบบ Dynamic Stabilization Technology ที่อาศัยเซ็นเซอร์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนมาช่วยตรวจวัดแล้วประมวลผลด้วย AI แบบเรียลไทม์ เพื่อชดเชยแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากกระแสลม ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงแม้ในระดับแรงลม 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เป็นแรงลมระดับพายุดีเปรสชัน
ในขั้นตอนทดสอบการใช้งานพบว่า Hadrian ก่ออิฐได้มากถึง 285 ก้อน/ชั่วโมงเลยทีเดียว
อนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์
การมาถึงของหุ่นยนต์อาจสร้างความกังวลให้แก่แรงงานในท้องตลาด โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างที่สามารถถูกทดแทนได้ง่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าขีดความสามารถของหุ่นยนต์ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ และแม้จะไม่ทั้งหมดแต่อาจเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานในอุตสาหกรรมเข้าสักวัน
จุดสำคัญที่นำไปสู่ข้อแตกต่างคือ ความเร็วในการก่ออิฐ โดยพื้นฐานแรงงานก่อสร้าง 1 คน มีอัตราการก่ออิฐอยู่ที่ 15 – 20 ก้อน/ชั่วโมง ในขณะที่ Hadrian สามารถก่ออิฐในการใช้งานจริงอยู่ที่ 285 ก้อน/ชั่วโมง มีกำลังการผลิตห่างกันนับสิบเท่า ทั้งยังไม่มีข้อจำกัดด้านความเหนื่อยล้า จึงมีความเสถียรในการทำงานสูง ควบคุมระยะเวลาของโครงการได้ง่าย
อันดับถัดมาคือ ประเด็นด้านความปลอดภัยและสุขภาพ การใช้แรงงานคนยิ่งอิฐน้ำหนักมากความคืบหน้างานยิ่งช้า การทำงานในที่สูงก็ต้องอาศัยต่อนั่งร้านที่ซับซ้อนวุ่นวาย ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติงาน แต่หุ่นยนต์จะไม่ประสบปัญหาในส่วนนี้ ลดความยุ่งยากระหว่างปฏิบัติงานและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บลงมาก
อีกส่วนที่หุ่นยนต์โดดเด่นคือ ระบบคำนวณการก่อสร้าง ในการก่อสร้างทั่วไปโดยแรงงานอาจมีวัสดุเหลือทิ้งหลังเสร็จงานจำนวนมากราว 10 – 30% คิดเป็นจำนวน 30 – 40% ของจำนวนขยะทั่วโลก ในขณะที่ Hadrian สามารถคำนวณได้แม่นยำจนมีวัสดุเหลือทิ้งราว 1% จะช่วยลดต้นทุนและขยะเหลือทิ้งในส่วนนี้ลงมาก
แน่นอน Hadrian ไม่ใช่หุ่นยนต์ก่อสร้างตัวเดียวที่กำลังได้รับการพัฒนาและนำออกมาใช้งาน ทั่วโลกมีการเปิดตัวหุ่นยนต์ก่อสร้างออกมามากมาย เช่น Civ Robotics ที่สามารถทำงานได้เร็วกว่าการใช้แรงงานคนถึง 8 เท่า หรือ Sherpa โดรนพ่นสี AI ที่สามารถทาสีเสร็จได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า
ในอนาคตเราจึงอาจได้เห็นหุ่นยนต์ออกมาให้ใช้งานภายในไซด์ก่อสร้างกันทั่วไป
ความก้าวหน้านี้อาจสร้างความกังวลให้แก่ตลาดแรงงานอยู่ไม่น้อย นั่นถือเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ แต่การใช้งานหุ่นยนต์ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ก่ออิฐโชว์ลาย งานศิลปะ หรือการเก็บพื้นที่ซอกขนาดเล็กที่หุ่นยนต์อาจไม่สามารถเข้าถึง งานเหล่านี้ยังจำเป็นต้องใช้ฝีมือมนุษย์เช่นเดิม
ที่มา
https://www.fbr.com.au/view/hadrian
https://ccp.ltd/wp-content/uploads/2020/02/HSM910-Handling__Treatment_of_Blocks.pdf
https://www.youtube.com/watch?v=eMIDJB3Pd-M


