posttoday

จากการแบน Grok สู่การแบนเนื้อหาอนาจารด้วย AI จัดการยากกว่าที่คิด

28 มกราคม 2569

โลกออนไลน์ปั่นป่วน AI ถูกใช้สร้างภาพอนาจาร เมื่อ Grok บน X และแอป ClothOff เปิดช่อง Deepfake ลุกลาม กฎหมายตามไม่ทัน หลายประเทศเริ่มสั่งแบน

KEY

POINTS

  • Grok AI บนแพลตฟอร์ม X ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อสร้างภาพล่อแหลมและอนาจารอย่างกว้างขวาง จนหลายประเทศเริ่มดำเนินการแบนเพื่อระงับการใช้งาน
  • กรณีของ AI เฉพาะทางอย่าง ClothOff ที่สร้างมาเพื่อลบเสื้อผ้าโดยเฉพาะ แสดงให้เห็นถึงความยากในการปราบปราม เพราะสามารถหลบเลี่ยงการแบนผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มส่วนตัวได้
  • ความซับซ้อนทางกฎหมายเป็นอุปสรรคสำคัญ โดย AI อเนกประสงค์อย่าง Grok สามารถอ้างความคลุมเครือของเครื่องมือและประเด็นเสรีภาพในการแสดงออก ทำให้การเอาผิดแพลตฟอร์มทำได้ยาก

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โลกออนไลน์กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่น่ากังวล เมื่อการสร้างเนื้อหาภาพอนาจารด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป จุดชนวนสำคัญเกิดขึ้นจากความ "เปิดกว้าง" ของแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานเข้าถึงและใช้งาน Grok ได้อย่างอิสระ

 

ฟีเจอร์ที่ดูเหมือนจะเป็นนวัตกรรมในการปรับแต่งภาพบนโซเชียลมีเดีย กลับกลายเป็นดาบสองคมที่นำไปสู่ข้อถกเถียงครั้งใหญ่ และเผยให้เห็นรอยร้าวของมาตรการควบคุมที่ดูเหมือนจะยังห่างไกลจากความสำเร็จ

 

จากการแบน Grok สู่การแบนเนื้อหาอนาจารด้วย AI จัดการยากกว่าที่คิด

 

Grok จากเครื่องมือสร้างสรรค์สู่โรงงานผลิตภาพล่อแหลม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟีเจอร์ของ Grok ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สั่งแก้ไขภาพได้อย่างอิสระเป็นเทคโนโลยีที่ทรงพลัง แต่เมื่อความเข้าถึงง่ายมีมากจนเกินไป มันจึงถูกนำไปใช้งานผิดประเภทอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการนำภาพถ่ายบุคคลมาดัดแปลงให้กลายเป็นภาพเชิงล่อแหลมและอนาจาร

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นขยายวงกว้างจนน่าตกใจ ไม่ใช่แค่ดาราหรือคนดังที่ตกเป็นเหยื่อ แต่รวมถึงภาพถ่ายเก่าในความทรงจำ หรือแม้แต่ภาพครอบครัวธรรมดา ล้วนถูกนำมาป้อนเป็นวัตถุดิบในการสร้างเนื้อหาทางเพศ สร้างความโกลาหลไปทั่วแพลตฟอร์ม และที่เลวร้ายที่สุดคือการลุกลามไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

แม้เจตนาของแพลตฟอร์มจะไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่การรับมือกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า มาตรการอย่างการประกาศบทลงโทษทางกฎหมาย หรือการจำกัดฟีเจอร์ให้เฉพาะสมาชิกแบบชำระเงิน ดูจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไร้ประสิทธิภาพ จนทำให้หลายประเทศเริ่มหมดความอดทน

 

อินโดนีเซียและมาเลเซีย เป็นประเทศกลุ่มแรก ๆ ที่ตัดสินใจสั่งระงับการใช้งาน Grok โดยระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อสาธารณะ ตามมาด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวจากอินเดีย บราซิล ฝรั่งเศส และอีกหลายชาติในยุโรปที่กำลังจับตามองและเตรียมดำเนินมาตรการในทิศทางเดียวกัน

 

จากการแบน Grok สู่การแบนเนื้อหาอนาจารด้วย AI จัดการยากกว่าที่คิด

 

ย้อนดูกรณี ClothOff ฝันร้ายจาก AI

 

ในขณะที่ Grok เป็นกรณีศึกษาของเครื่องมืออเนกประสงค์ที่ถูกใช้ผิดทาง เรายังมีกรณีของ ClothOff ซึ่งถือเป็นฝันร้ายที่เฉพาะเจาะจงยิ่งกว่า สำหรับหลายท่านที่อาจเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้ ClothOff คือแอปพลิเคชัน AI ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เดียวตามชื่อของมัน นั่นคือ การลบเสื้อผ้าออกจากภาพถ่าย ด้วยความสมจริงระดับสูง จนกลายเป็นเครื่องมือหลักในการคุกคาม ขู่กรรโชก และกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying)

 

ความแตกต่างที่น่ากลัวคือ ClothOff ถูกออกแบบมาเพื่อ เปลื้องผ้า ออกจากรูปถ่ายโดยเฉพาะ แม้จะมีการร้องเรียนจนถูกถอดออกจากร้านค้าแอปพลิเคชันและแบนจากโซเชียลมีเดียหลัก แต่ด้วยธรรมชาติของเทคโนโลยี มันยังคงอยู่รอดได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่มีการเปลี่ยนโดเมนหนีการปิดกั้น หรือการมุดผ่าน VPN

 

ยิ่งไปกว่านั้น การแพร่ระบาดไปสู่แพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงอย่าง Telegram ยิ่งทำให้การปราบปรามเป็นเรื่องยาก Telegram มักไม่ให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูลผู้ใช้แก่ภาครัฐ ประกอบกับผู้สร้างแอปฯ เหล่านี้มักจดทะเบียนหรืออาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลที่เข้าถึงยาก เช่น เบลารุส ทำให้การสอบสวนแทบจะเป็นไปไม่ได้

 

ทางตันของกฎหมายและช่องว่างที่ AI เล็ดรอด

 

สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความล้าหลังของกฎหมายเมื่อเทียบกับความเร็วของเทคโนโลยี แม้สหรัฐฯ จะมีความพยายามออกกฎหมายอย่าง Take It Down Act เพื่อรับมือกับภาพโป๊จาก Deepfake แต่ในทางปฏิบัติมักดำเนินการได้เพียงกับผู้ใช้งานรายย่อย ขณะที่ต้นตออย่างแพลตฟอร์มผู้ให้บริการกลับลอยนวล

 

ประเด็นทางกฎหมายมีความซับซ้อนเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ClothOff และ Grok

 

- ClothOff เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนเพราะถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์ที่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่กลับตามตัวยากเพราะหลบซ่อนอยู่ในเงามืด

 

- Grok มีตัวตนชัดเจนในนามบริษัท xAI แต่มีความคลุมเครือทางกฎหมายสูง เนื่องจากเป็น โมเดลอเนกประสงค์ สามารถโต้แย้งได้ว่าเครื่องมือไม่ได้ผิด แต่ผิดที่ผู้ใช้ อีกทั้งการมีฐานผู้ใช้งานมหาศาลหลักสิบล้านคน ทำให้การควบคุมเนื้อหาแบบ 100% เป็นเรื่องยากในทางเทคนิค

 

นอกจากนี้ Grok ยังชูจุดขายเรื่อง เสรีภาพ ที่มากกว่าโมเดลอื่นๆ ทำให้การเจลเบรก (Jailbreak) หรือการสั่งงานให้ข้ามเส้นความปลอดภัยทำได้ง่ายกว่า ยิ่งเมื่อเผชิญกับข้อกฎหมายเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของสหรัฐฯ การเอาผิดตัวแพลตฟอร์มจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

 

 

แม้ X จะเริ่มปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมให้เนื้อหาล่อแหลมเข้าถึงยากขึ้น หรือให้ความร่วมมือในการลบเนื้อหาบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพยายามดังกล่าวยังไม่เพียงพอ การสั่งแบนจากนานาประเทศอาจช่วยลดการมองเห็น แต่ไม่ได้กำจัดช่องทางการเข้าถึงอย่างถาวร

 

ล่าสุดท่ามกลางแรงกดดันจากทั่วโลก X ก็ยอมถอย ด้วยการปรับให้ Grok ไม่สามารถแก้ไขรูปคนในเชิงหวาบหวิวอีกต่อไป แต่นั่นก็ดูไม่ช่วยทุเลาปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังมีแนวทางการหลีกเลี่ยงและเจลเบรกอีกหลายรูปแบบ ที่ยังอาจทำให้ Grok ถูกนำมาใช้ในบทบาทไม่ต่างจากเดิม

 

 

 

ที่มา

 

https://techcrunch.com/2026/01/12/a-new-jersey-lawsuit-shows-how-hard-it-is-to-fight-deepfake-porn/

 

https://theconversation.com/what-can-technology-do-to-stop-ai-generated-sexualised-images-273327

 

ข่าวล่าสุด

SET แกว่งตัวขึ้น จับตาผลประชุมเฟดคืนนี้ คาดคงดอกเบี้ย