posttoday

Agentic AI กุญแจเปลี่ยนโลกธุรกิจปี 2026 ไทยต้องพร้อมรับมือ

23 มกราคม 2569

เจาะลึก "Agentic AI" ที่คิด วางแผน และทำงานแทนมนุษย์ได้จริง กุญแจเปลี่ยนโลกธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือปี 2026

 

ท่ามกลางการแข่งขันของรัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลกเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Agentic AI (AI เชิงตัวแทนที่คิดและลงมือทำเองได้) กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการ

 

Alexey Navolokin ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ AMD ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตสังคมผู้สูงอายุและการขาดแคลนแรงงาน เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดในการปฏิรูปผลิตผลขององค์กร

 

คำถามคือ โครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทยพร้อมมากแค่ไหนที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่?

 

Agentic AI กุญแจเปลี่ยนโลกธุรกิจปี 2026 ไทยต้องพร้อมรับมือ

 

Agentic AI คืออะไร?

 

สิ่งที่ทำให้ Agentic AI แตกต่างจากโมเดล Generative AI แบบเดิม คือความสามารถที่เหนือกว่าการเป็นเพียงผู้ตอบคำถาม (Chatbot) แต่ระบบสามารถ "คิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำ" ข้ามแพลตฟอร์มได้โดยอัตโนมัติ

 

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะทำได้แค่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว Agentic AI สามารถดำเนินการจองตั๋วเครื่องบิน ลงนัดหมายในปฏิทิน และปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางได้ทันทีหากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

 

โดยที่มนุษย์ไม่ต้องป้อนคำสั่งซ้ำซ้อน การทำงานเชิงรุกเสมือนเพื่อนร่วมงานนี้ จำเป็นต้องพึ่งพาพลังการประมวลผลมหาศาลเพื่อรองรับกระบวนการคิดที่ซับซ้อนและต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งเปรียบเสมือนการเพิ่มผู้ใช้งานเสมือน (Virtual Users) นับพันล้านรายเข้าสู่ระบบพร้อมกัน

 

 

AI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย GPU เพียงอย่างเดียว 

 

เมื่อพูดถึงการประมวลผล AI คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่ GPU (Graphics Processing Unit) แต่ในความเป็นจริง CPU (Central Processing Unit) มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในฐานะ "วาทยกร" ที่คอยจัดการข้อมูล บริหารหน่วยความจำ และควบคุมเวิร์กโหลดให้ GPU ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 

ยิ่งไปกว่านั้น งานประมวลผล AI จำนวนมาก เช่น โมเดลภาษาที่มีพารามิเตอร์ระดับ 1.3 หมื่นล้านพารามิเตอร์ หรือระบบตรวจจับการฉ้อโกง สามารถรันบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ CPU ประสิทธิภาพสูงอย่าง AMD EPYC™ 9005 Series ได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องพึ่งพา GPU เสมอไป

 

โดยเฉพาะเมื่อโมเดล AI พัฒนาไปสู่สถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน (Modular Architectures) CPU ที่มีค่า IPC สูงและการจัดการ I/O ที่รวดเร็วจึงยิ่งทวีความสำคัญ

 

Agentic AI กุญแจเปลี่ยนโลกธุรกิจปี 2026 ไทยต้องพร้อมรับมือ

การเชื่อมต่อ หัวใจสำคัญของระบบ AI ยุคใหม่

 

ในยุค Agentic AI การออกแบบระบบต้องเป็นแบบผสมผสาน (Heterogeneous System) ที่บูรณาการทั้ง CPU, GPU และระบบเครือข่ายเข้าด้วยกัน อุปกรณ์อย่าง Smart NICs และโครงสร้าง Scalable Fabric จึงเปรียบเสมือน "กาว" ที่เชื่อมโยงคลัสเตอร์ AI ให้ส่งข้อมูลหากันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อลดความหน่วง (Latency) และรองรับการโต้ตอบแบบเรียลไทม์

 

 

 "ระบบเปิด" ทางรอดจากการผูกขาดเทคโนโลยี 

 

ความเสี่ยงของการใช้ระบบปิด (Closed System) คือการถูกผูกขาดโดยผู้ให้บริการรายเดียว (Vendor Lock-in) ซึ่งขัดขวางนวัตกรรม AMD จึงผลักดันชุดซอฟต์แวร์แบบเปิดอย่าง AMD ROCm™ ที่รองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยมอย่าง PyTorch และ TensorFlow ให้นักพัฒนาสามารถปรับแต่งโมเดลได้อย่างอิสระ

 

ในระดับฮาร์ดแวร์ มาตรฐานเปิดอย่าง Open Compute Project (OCP) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูง UALink (Ultra Accelerator Link) จะช่วยให้ Data Center และผู้ให้บริการคลาวด์สามารถสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยืดหยุ่น ทำงานข้ามค่ายได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยในการสร้างนวัตกรรมโดยไม่ติดข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์เฉพาะค่าย

 

Agentic AI กุญแจเปลี่ยนโลกธุรกิจปี 2026 ไทยต้องพร้อมรับมือ

 

ไทยพร้อมแค่ไหนกับ AI ปี 2026 

 

อนาคตของ AI ในปี 2026 จะไม่ได้วัดกันที่ความแรงของฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่การบูรณาการระบบนิเวศแบบเปิดและการออกแบบระดับตู้แร็ค (Rack-level) ซึ่ง AMD ได้วางวิสัยทัศน์ผ่านสถาปัตยกรรม "Helios" ไว้แล้ว

 

สำหรับประเทศไทย เราได้เห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมผ่าน "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA" ของ สวทช. ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ที่เลือกใช้ขุมพลัง AMD EPYC™ ในการขับเคลื่อนงานวิจัย

 

ตั้งแต่การแพทย์แม่นยำไปจนถึงการพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 ที่รวดเร็วขึ้นและประหยัดพลังงาน นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีศักยภาพพร้อมรองรับคลื่นลูกใหม่ของ Agentic AI และจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน

 

ข่าวล่าสุด

เจาะดีล Telenor ขายหุ้น True ให้ Arise ราคาหุ้นน่าสนใจขึ้นหรือไม่