posttoday

มิติใหม่ดาต้าเซ็นเตอร์ นำความร้อนในระบบมาใช้ผลิตพลังงาน

08 มกราคม 2569

งานวิจัยเสนอเปลี่ยนความร้อนเหลือทิ้งจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนได้สูงสุด 16.5% ทางเลือกใหม่สู่ Digital Hub ที่ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • เสนอแนวคิดนำความร้อนเหลือทิ้งจากดาต้าเซ็นเตอร์มาผลิตไฟฟ้า โดยใช้ระบบ Organic Rankine Cycle (ORC) ร่วมกับแผงรับความร้อนจากแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มอุณหภูมิ
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลัก โดยแบบจำลองชี้ว่าสามารถลดได้สูงสุดถึง 16.5% และช่วยลดภาระการใช้พลังงานของประเทศ
  • เป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับไทยที่ตั้งเป้าเป็น Digital Hub เนื่องจากมีแสงแดดตลอดปี เอื้อต่อการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ถือเป็นรากฐานสำคัญในการเข้าถึง AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำไปสู่การจัดสร้างและขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ แต่ดาต้าเซ็นเตอร์ก็มีอัตราการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองสูง ทั้งในส่วนของน้ำและพลังงานเพื่อหล่อเลี้ยง

 

แต่จะเป็นอย่างไรถ้าความร้อนจากดาต้าเซ็นเตอร์ สามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้

 

มิติใหม่ดาต้าเซ็นเตอร์ นำความร้อนในระบบมาใช้ผลิตพลังงาน

 

จากความร้อนเหลือทิ้ง สู่พลังงานหมุนเวียน

 

ผลงานนี้เป็นแนวคิดของ Rice University กับการนำความร้อนที่เกิดขึ้นหลังการระบายความร้อนของระบบ หมุนเวียนกลับมาใช้สำหรับการผลิตพลังงานเพื่อใช้ภายในดาต้าเซ็นเตอร์อีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาอัตราการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน

 

โดยพื้นฐานระบบนี้อาศัยระบบผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กที่ถูกเรียกว่า Organic Rankine Cycle (ORC) ที่ใช้สารทำความเย็นที่มีจุดเดือดต่ำมาดูดซับความร้อนที่เกิดจากดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ของเหลวดังกล่าวระเหยกลายเป็นไอ จากนั้นจึงนำไอแรงดันสูงจากการระเหยไปหมุนใบพัดเพื่อหมุนกังหันปั่นไฟ จากนั้นจะควบแน่นเป็นของเหลวแล้วเริ่มกระบวนการซ้ำอีกครั้ง

 

ปัญหาที่ทำให้ไม่มีการพูดถึงวิธีนี้มาก่อนคือ ความร้อนที่ระบายจากดาต้าเซ็นเตอร์ไม่สูงพอจะนำมาปั่นกังหันได้ พลังงานที่ได้จึงไม่คุ้มทุน พวกเขาจึงอาศัย Solar Thermal Collector หรือ แผงรับความร้อนจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของเหลวในระบบระบายความร้อนสูงขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อระบบผลิตพลังงาน

 

หลังจากประมวลผลเสร็จสิ้น ทีมวิจัยได้นำแนวคิดนี้ไปทดสอบในแบบจำลองความร้อนในระบบก่อนพบว่า ระบบนี้สามารถทำงานและผลิตพลังงานพร้อมสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างราบรื่น โดยการเปรียบเทียบข้อมูลร่วมกับ เมืองแอชเบิร์น รัฐเวอร์จิเนีย และ ลอสแองเจลิส ช่วยให้สามารถลดต้นทุนพลังงานลงสูงสุดถึง 16.5%

 

นี่จึงเป็นอีกแนวทางน่าสนใจ ที่จะช่วยให้สามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนจากดาต้าเซ็นเตอร์ได้โดยตรง

 

มิติใหม่ดาต้าเซ็นเตอร์ นำความร้อนในระบบมาใช้ผลิตพลังงาน

 

อนาคตที่ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่อาจต้องเร่งลงมือทำ

 

จริงอยู่ระบบนี้อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ดูน่าสนใจในแบบจำลองแต่ไม่ได้ผ่านการทดสอบจริง ยังมีปัญหาและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นได้มากมาย ในระยะยาวนี่อาจเป็นโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์นี่ถือเป็นโครงการที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกปัจจุบัน

 

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลก ในปี 2025 ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 16% และจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2030 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราการใช้พลังงานแต่ละประเทศ จนอาจกลายเป็นปัญหาคอขวดทางพลังงาน ยังไม่รวมต้นทุนทางพลังงานที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล

 

การนำระบบนี้เข้ามาใช้งานจึงอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งในส่วนการนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาหมุนเวียนสร้างมูลค่า ลดอัตราการดึงพลังงานจากระบบมาใช้ เป็นการกู้คืนพลังงานที่เคยเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดภาระที่เกิดต่อโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

 

เดิมต้นทุนทางพลังงานถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ คิดเป็นสัดส่วนจะสูงถึง 50 – 60% ของต้นทุนดำเนินการ การสร้างพลังงานทดแทนจึงถือเป็นการลดต้นทุนได้มาก โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนดำเนินการอาศัยเพียงความร้อนเหลือทิ้งและแสงแดด จึงมีต้นทุนต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับการซื้อไฟตามปกติ

 

โดยเฉพาะกับประเทศไทยที่กำลังมุ่งเป้าเป็น  Digital Hub แห่งอาเซียน ด้วยความพร้อมทางทรัพยากรจนมีแผนลงทุนจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ ทั้ง Google, Microsoft และ AWS หากระบบนี้ถูกพัฒนาจนสามารถนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีแสงแดดจ้าตลอดทั้งปีเป็นอย่างยิ่ง

 

นี่จึงเป็นโครงการที่มีความน่าสนใจและอาจเป็นส่วนสำคัญในการจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน

 

 

 

แน่นอนนี่ไม่ใช่โครงการเดียวที่จะใช้ประโยชน์จากดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งการนำความร้อนที่ได้มาผลิตเป็นน้ำอุ่นสำหรับใช้งาน สร้างความอบอุ่นให้บ้านเรือน หรือหล่อเลี้ยงภาตการเกษตร เห็นได้ชัดว่าหลายประเทศที่มีการจัดสร้างและขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ก็เล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้

 

นั่นทำให้ไทยก็ต้องหันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้เช่นกัน เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Digital Hub ที่ยั่งยืนในอนาคต

 

 

 

 

ที่มา

 

https://techxplore.com/news/2025-09-solar-boosted-center-power.html

 

https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-11-17-gartner-says-electricity-demand-for-data-centers-to-grow-16-percent-in-2025-and-double-by-2030

 

ข่าวล่าสุด

SETESG ไม่ใช่เครื่องประดับหุ้น! สัญญาณเตือนแรงถึงนักลงทุนระยะยาว