สู่อีกระดับของรถยนต์ไร้คนขับ ระบบตรวจจับเสียงด้วย AI
เมื่อรถยนต์ไร้คนขับยังเกิดอุบัติเหตุซ้ำ สู่แนวคิด The Hearing Car เพิ่มระบบตรวจจับเสียงด้วย AI เพื่ออุดช่องโหว่ของกล้องและเซ็นเซอร์มองไม่เห็นบนท้องถนน
KEY
POINTS
- มีการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ "The Hearing Car" ที่ติดตั้งระบบ AI และไมโครโฟนคุณภาพสูงเพื่อตรวจจับและวิเคราะห์เสียงรอบทิศทาง เพิ่มมิติการรับรู้สภาพแวดล้อมนอกเหนือจากการมองเห็น
- เทคโนโลยีนี้ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของรถยนต์ไร้คนขับในปัจจุบันที่ไม่สามารถรับรู้สัญญาณเสียงสำคัญ เช่น เสียงไซเรนรถฉุกเฉิน เสียงแตร หรือเสียงจากจุดอับสายตา ซึ่งเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ
- การเพิ่มความสามารถในการ "ได้ยิน" ทำให้รถยนต์ไร้คนขับตัดสินใจได้ปลอดภัยและใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น เช่น การหลีกทางให้รถพยาบาล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนารถยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Level 5)
รถยนต์ไร้คนขับนับเป็นอีกหนึ่งวิทยาการที่ได้รับการพูดถึงและผลักดันอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มทยอยปล่อยแท็กซี่ไร้คนขับให้บริการภายในเขตเมืองจนเกิดปัญหาและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหน้างานไม่น้อย แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไร้คนขับยังคงมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีหลายด้านหากต้องการใช้งานจริง
นี่เป็นเหตุผลนำไปสู่แนวคิดในการติดตั้งระบบตรวจจับเสียงด้วย AI บนรถยนต์ไร้คนขับ
เมื่อรถไม่เพียงมองเห็น แต่จะได้ยินด้วย
แนวคิดนี้เป็นของสถาบันวิจัย Fraunhofer IDMT กับการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในชื่อ The Hearing Car ที่ไม่ใช่เพียงการระบุตำแหน่งจากภาพ ความเร็ว ระยะห่าง และพิกัดเท่านั้น แต่จะเพิ่มการรับรู้เสียงเพื่อให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถใช้งานใกล้เคียงรถยนต์ยิ่งขึ้น
เราทราบดีว่าเสียงเป็นสัญญาณเตือนชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้ระหว่างการขับขี่ ช่วยให้เราได้ยินเสียงสารพัดบนท้องถนน ตั้งแต่การพูดคุยบนท้องถนน สัญญาณรถฉุกเฉิน หรือเสียงแตรเพื่อแจ้งเตือน นับเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้โดยสารหรือผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น
ตัวระบบอาศัยอุปกรณ์หลายชนิดทั้งในส่วนของไมโครโฟนและเซ็นเซอร์คุณภาพสูง ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อลม ฝน และอุณหภูมิสูงมาก พร้อมตรวจจับรายละเอียดเสียงทุกรูปแบบแม้แต่เสียงเล็กน้อย จากนั้นจึงนำไปผ่านซอฟต์แวร์ AI เฉพาะเพื่อประมวลผล สำหรับตัดสินใจในการขับเคลื่อนต่อไป
จุดเด่นสำคัญของ The Hearing Car จะช่วยตรวจจับและระบุต้นเสียงที่ส่งมาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การเก็บข้อมูลและสำรวจสภาพการจราจรเป็นไปอย่างครบถ้วนรอบด้าน พร้อมส่งเสียงเหล่านั้นเข้ามาถึงพนักผิงศีรษะบนเก้าอี้เพื่อแจ้งเตือนคนขับ ทั้งยังผ่านการทดสอบใช้งานมาในเกือบทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่พื้นที่ท้องถนนทั่วไปจนถึงขั้วโลกเหนือ
นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการพัฒนา ที่อาจช่วยยกระดับรถยนต์ไร้คนขับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แก้ปัญหาและเพิ่มความสามารถไปอีกขั้น
รถยนต์ไร้คนขับในปัจจุบันอาศัยอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบสภาพแวดล้อมอยู่ 4 รูปแบบ ได้แก่กล้องที่ติดอยู่รอบรถ, เซ็นเซอร์ LiDAR สำหรับสร้างแผนที่ 3 มิติ, เซ็นเซอร์วัดความเร็วและระยะห่าง ไปจนอุปกรณ์ระบุตำแหน่งอย่าง GPS ทั้งหมดเป็นส่วนประกอบที่ทำให้รถยนต์ไร้คนขับทำงานอย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตามเราสามารถพบเห็นข่าวอุบัติเหตุจ่ากรถยนต์ไร้คนขับหลายรูปแบบ ตั้งแต่อุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถยนต์คันอื่น รถเกิดหยุดนิ่งกะทันหันไม่ทราบสาเหตุ ชนราวกั้นของรถพยาบาลและทีมกู้ภัย ชนสัตว์เลี้ยง พาผู้โดยสารร่วงลงไปในหลุม ไปจนพุ่งชนคนบนทางเท้าจนบาดเจ็บสาหัส ทำให้สังคมยังตั้งคำถามในความปลอดภัย
การเพิ่มระบบตรวจจับเสียงด้วย AI จะขยายขอบเขตและมิติการรับรู้ของรถยนต์ไร้คนขับให้กว้างขึ้น แรกสุดคือการตอบสนองต่อเสียงไซเรนรถพยาบาลและกู้ภัย เหตุการณ์ชนราวกั้นของทีมกู้ภัยจะไม่เกิดขึ้นอีก รวมถึงสามารถขับเบี่ยงหรือเปิดทางให้รถฉุกเฉินสัญจรได้อย่างราบรื่น ลดปัญหาการติดขัดที่รถยนต์ไร้คนขับกีดขวางในสถานการณ์ฉุกเฉิน
อันดับถัดมาคือ ลดจุดบอดการรับรู้ของตัวรถ กล้องและเซ็นเซอร์แม้มีประสิทธิภาพสูงแต่ยังมีข้อจำกัด เช่น กรณีที่มีรถจากมุมตึกหรือถนนขับมา หรือปัญหาจากสภาพอากาศอย่างฝนตก หมอกลงจัด หรือแสงแยงกล้อง สิ่งเหล่านี้มีโอกาสทำให้กล้องหรือเซ็นเซอร์รวนจนผิดพลาด ระบบตรวจจับเสียงจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้รถยนต์ไร้คนขับยังทำงานได้ราบรื่น
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ระบบตรวจจับเสียงด้วย AI มีความสำคัญคือ บนท้องถนนเราใช้เสียงในการสื่อสารหลายรูปแบบ ตั้งแต่เสียงแตร ไซเรนรถฉุกเฉิน นกหวีดตำรวจจราจร ไปจนสัญญาณเตือนทางรถไฟ สัญญาณเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อชีวิตผู้โดยสาร ซึ่งกล้องและเซ็นเซอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถตรวจสอบได้เลย
ระบบตรวจจับด้วย AI จึงไม่มีเพิ่มขีดความสามารถ แต่จะทำให้รถยนต์ไร้คนขับใกล้เคียงกับคนมากยิ่งขึ้น
จริงอยู่รถยนต์ไร้คนขับในโครงการยังเป็นเพียงตัวต้นแบบ ห่างไกลจากการนำไปใช้จริงเชิงพาณิชย์ แต่หากต้องการยกระดับขีดความสามารถรถยนต์ไร้คนขับไปสู่ Level 5 ที่ให้รถยนต์ขับเคลื่อนเองโดยไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากมนุษย์ ระบบตรวจจับเสียงด้วย AI อาจเป็นคำตอบในการก้าวสู่จุดนั้น
ที่มา
https://interestingengineering.com/transportation/hearing-car-autonomous-driving-sound-recognition
https://www.posttoday.com/international-news/699072
https://www.posttoday.com/ai-today/734745


