โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

เมียวดี ขุมทรัพย์ที่กำลังเริ่มพัฒนา

  • 26 สิงหาคม 2562 เวลา 08:30 น.
  • | เปิดอ่าน 1,946
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

เมียวดี ขุมทรัพย์ที่กำลังเริ่มพัฒนา

 

เมื่อสอง-สามอาทิตย์ก่อน ผมได้เดินทางไปเมียวดี เพื่อพากลุ่มเพื่อนๆไปสำรวจตลาด และพบปะพูดคุยเรื่องแนวทางในการค้าในอนาคตกับนักธุรกิจที่นั่น แน่นอนว่าได้เห็นสิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น ซึ่งถ้าไม่นำมาเล่าไม่ได้แล้วครับ เดี๋ยวตกเทรนด์แน่นอน

ที่นั่นผมต้องเดินทางไปบ่อยมาก ปีหนึ่งก็หลายหน เนื่องจากเป็นประตูหน้าด่านที่ผมจะต้องส่งสินค้าข้ามด่านจากจุดนี้เข้าสู่ย่างกุ้งนั่นเอง การไปครั้งนี้ได้พบเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ที่น่าดีใจคือ การค้าขายที่นั่น ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นการค้าที่คึกคักมาก รถราเพิ่มขึ้นมากๆ ถนนหนทางเริ่มแออัด

ใครจะเชื่อครับว่าที่เมียวดีจะรถติด ถ้าในปีที่ผ่านมามีคนบอกว่ารถติด คงขำกลิ้งแต่วันนี้ที่นี่รถติดจริงๆแล้วครับ ถามน้องๆที่บริษัทเพื่อนที่นั่นว่ารถราเริ่มติดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบอกว่าสักประมาณต้นปีที่ผ่านมาก็เริ่มติดแล้ว ตั้งแต่ถนนจากย่างกุ้งดีขึ้นก็มีรถยนต์โดยสารรุ่นใหม่ๆ เริ่มวิ่งให้บริการวันละไม่ต่ำกว่ายี่สิบเที่ยว

ดังนั้นทุกวันจะมีชาวย่างกุ้งเดินทางมาเที่ยวแม่สอด มารักษาพยาบาลที่แม่สอดมากขึ้น ส่วนมากจะมาพบทันตแพทย์ เพื่อมาทำฟันกัน ส่วนมารักษาโรคภัยไข้เจ็บทั่วไป เขาจะเดินทางมาที่กรุงเทพฯเสียส่วนใหญ่ นอกนั้นก็มาช๊อปปิ้งกัน และมีบางส่วนก็มาเล่นการพนันที่บ่อนคาสิโนที่มีอยู่ที่นี่เกือบยี่สิบแห่งด้วยกันครับ

ครั้งนี้ผมได้ตั้งใจว่าถ้ามีเวลาก็จะเดินทางไปดูเมืองใหม่ที่เมืองเชวโก๊กกู่เพราะได้ยินข่าวนี้มานานแล้ว จึงอยากจะไปเห็นกับตาเสียที แต่เนื่องจากกระแสน้ำเมยที่ไหลกั้นกลางระหว่างประเทศในวันนั้นแรงมาก
น้องๆเขาแนะนำว่าไม่น่าเสี่ยงข้ามไป ก็เลยไม่ได้ไป แต่ก็ได้รับข่าวสารเพื่อนำมาเล่าให้เพื่อนๆแฟนคลับอ่านเพื่อจะได้เตือนใจกันได้ครับ เมื่อไม่สามารถเดินทางไปได้ เวลาที่เตรียมใว้มีเหลือจึงแวะไปนั่งดื่มกาแฟที่บ่อนคาสิโนบ่อนหนึ่งไม่ขอเอ่ยนามเพราะไม่อยากโฆษณาให้เขาครับ

ที่นี่น้องที่พาไปบอกว่าเป็นบ่อนใหญ่ที่สุด มีทั้งสินค้าปลอดภาษี ร้านอาหารไทย ร้านอาหารฝรั่ง ผับเบียร์สด ร้านกาแฟ และบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ ผมได้เดินเข้าไปดูปรากฏว่าที่นี่เขาใช้ธนบัตรรัฐบาลไทยทั้งใบแดงใบม่วงใบเทานี่แหละครับ เป็นทุนแทงพนันกัน ผู้เล่นเกือบร้อยละเจ็ดแปดสิบเป็นคนชาติเดียวกับผมล้วนๆ

เจ้ามือแจกไพ่ก็เช่นเดียวกัน เห็นพูดภาษาไทยทุกคน อีกทั้งสาวเสริฟอาหารพนักงานบริการเกือบทั้งหมดก็พูดไทยเกือบหมด มีที่พูดภาษาเมียนมาอยู่ไม่มากเลย ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่คือประเทศเมียนมา เราคงนึกว่าที่นี่เป็นแผ่นดินไทยนะครับนี่

ส่วนการค้าที่ชายแดนเมียวดีนั้น สิ่งที่น่าสังเกตุอีกอย่างคือมีรถขาเข้ามายังเมียวดีเยอะมาก ส่วนมากสินค้าที่บรรทุกมาจากประเทศเมียนมา จะบรรทุกเอาข้าวโพดแห้งหรือข้าวโพดอาหารสัตว์มาเยอะมาก
ผมเห็นผิดสังเกตุจึงเข้าไปสอบถามได้ความว่าข้าวโพดอาหารสัตว์เหล่านี้มาจากรัฐฉานเป็นส่วนใหญ่ และปกติแล้วจะต้องส่งออกไปที่ประเทศจีน แต่ปรากฏว่าทางผู้ประกอบการจีนระงับการสั่งซื้อ แต่ข้าวโพดสุกแห้งคาต้นแล้วไม่เก็บเกี่ยวก็ไม่ได้ หากเก็บเกี่ยวแล้วยังจะต้องส่งเข้ายุ้งฉางเพื่อจัดเก็บ

แต่เนื่องจากขณะนี้เป็นฤดูฝนย่างเข้ามาแล้ว จึงมีฝนตกหนัก จึงมีความเสี่ยงมากที่จะเก็บรักษาใว้ เกษตรกรชาวเมียนมาจึงจำเป็นต้องขาย กลับถูกระงับคำสั่งซื้อจากผู้ประกอบการจีน จึงหมดทางไป จำเป็นต้องหาทางออกด้วยการขนมาที่ชายแดนไทยเพื่อขายที่นี่ผมไม่อยากจะปรักปรำว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าวานิชย์ แต่ทุกครั้งที่ผลผลิตออกมามาก ราคาสินค้าเกษตรไม่ยอมลงราคา เขาจึงไม่ยอมส่งคำสั่งซื้อ ราคาก็หล่นลงอย่างรวดเร็ว

นี่คือสัจธรรมครับ และถ้าหากพ่อค้าคนไทยเรารู้จักจังหวะของธุรกิจนี่ก็คืออีกหนทางหนึ่งที่สามารถฉกฉวยโอกาสด้วยเช่นกันครับ เกิดเป็นเกษตรกรไม่ว่าที่ไหนก็ตามในโลก หากภาครัฐตามเกมไม่ทันพ่อค้าวานิชย์ผมคิดว่าก็มีช่องว่างที่จะถูกเล่นเล่ห์เหลี่ยมได้ตลอดเวลาครับและเกษตรกรย่อมไม่มีทางที่จะมีอำนาจการต่อรอง(Bargaining Power)ที่ดีกว่าพ่อค้าวานิชย์หรอกครับ

ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสเข้าไปดำเนินธุรกิจที่เมียนมา หากเราสามารถที่จะนำเอาความสามารถและเทคโนโลยี่ด้านอาหารสัตว์หรืออาหารมนุษย์ เข้าไปเปิดโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นเรื่องเป็นราว ผมว่านี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแสวงหาการลงทุนที่หยั่งยืนและได้รับประโยชน์สูงสุดได้ครับ

ผมเชื่อว่าจะต้องได้ใจชาวเมียนมาไปเต็มๆเลยละครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+