ไทยแลนด์ Internet Freedom ฝันไกลที่ยังไปไม่ถึง

  • วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 21:33 น.

สำหรับสังคมไทย คำว่า เสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนต  (Internet Freedom) จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงคำพูดสวยหรู....

โดย....ผุสดี สิริวัชระเมตตา

ปรากฏการณ์สื่อใหม่ (เฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์) เขย่าโลกอาหรับ กำลังกลายเป็นประเด็นวิพากษณ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงอิทธิพลและอานุภาพอันเหลือร้ายของสื่ออินเตอร์เนต ที่ไม่เพียงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงการสื่อสารของผู้คนทั่วทุกมุมโลก ด้วยปลายนิ้ว แต่ยังก่อให้เกิดการรวมรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์อีกด้วย

แน่นอนว่า เมื่อพูดถึง อิทธิพลของสื่ออินเตอร์เนต  ก็ต้องเอ่ยถึงเสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนต  (Internet Freedom) ซึ่งเป็นของคู่กัน เพราะต่อให้อินเตอร์เนตจะทรงอำนาจและพลังเพียงไร แต่หากไร้ซึ่งเสรีภาพบนโลกออนไลน์แล้ว "อินเตอร์เนต" ก็คงไม่ต่างจาก "พยัคฑ์ที่ไร้เขึ้ยวเล็บ"

คำถามคือ แล้วสำหรับสังคมไทย คำว่า เสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนต  (Internet Freedom) จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงคำพูดสวยหรู

สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต รองประธานคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เห็นว่า การจะสร้างเสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนตในสังคมโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละสังคมก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  และแม้เสรีภาพอินเตอร์เน็ตจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาประชาธิปไตย แต่ถามว่ามันจะเกิดง่ายมั้ย ต้่องบอกว่าไม่ง่ายเลย ยกตัวอย่างในสหรัฐ และยุโรป กว่าจะมาถึงจุดสมดุลอย่างเช่นทุกวันนี้  ก็ต้องมีการต่อสู้ และถกเถียงเพื่อหาจุดที่ลงตัว 

แต่ในส่วนของประเทศไทยนั้นเสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนตเป็นจริงได้หรือแค่ความฝัน สุภิญญา กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในจุดทางสองแพร่ง (Crossroad)  ที่ต้องเลือกระหว่างจะเลี้ยวซ้ายเดินตามรอย เวียดนาม จีน หรือ อิหร่าน ที่มีการควบคุมสื่ออินเตอร์เนต หรือ จะเลี้ยวขวาเดินตามรอยสหรัฐ

"ตอนนี้ประเทศไทยเหมือนยังไม่รู้จะไปทางไหนดี อธิบายง่ายๆคือ  เมื่อคนไทยหันมาใช้อินเตอร์เนตมากขึ้น คนก็เริ่มโหยหาสันติภาพ แต่รัฐบาลกลับปิดกั้น เพราะเกรงว่าอาจขัดกับเรื่องความมั่นคง แต่ว่าเมื่อรัฐยิ่งปิดกั้นการใช้อินเตอร์เนตมากเท่าไร ประชาชนก็ยิ่งต่อต้าน ถามว่า หากในอนาคตคนไทยหันมาใช้อินเตอร์เนตมากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 20% เป็น 25-50% รัฐบาลจะคุมควบอย่างไรยังไง เพราะวิธีการที่รัฐบาลใช้ควบคุมอยู่ทุกวันนี้ มันได้ผลในแง่่ก่อให้เกิดความรู้สึกของความกลัว แต่มันไม่ได้ผลในการหยุดยั้งการถกเถียง หรือ ประเด็นที่รัฐต้องการปิดกั้นอย่างแท้จริง" กรรมการเครือข่ายพลเมืองเนตกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของสุภิญญา เห็นว่าไทยไม่เหมาะจะไปทางไหน เพราะในขณะที่ไทยประกาศตัวมาตลอดว่าเป็นประเทศที่ทันสมัย เปิดกว้าง เสรีนิยม ดังนั้นหากเลือกเลี้ยวซ้าย (จีน เวียดนาม อิหร่าน)  ไทยก็คงรับตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ไทยผันตัวไปเป็นแบบสหรัฐนั้น ก็คงไม่ใช่ทางที่เหมาะสม เพราะแม้จะเป็นเสีนทางที่เชื่อว่าคงมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุน และ โดยส่วนตัว ก็เห็นว่านั่นจะเป็นคำตอบในท้ายที่สุด แต่ต้องยอมรับว่าทั้งคนไทยและรัฐบาลยังไม่พร้อม

ดังนั้น เสรีภาพบนอินเตอร์เนตจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายคนไทย รัฐไทย ต้องตอบโจทย์ให้ชัดเจนในอีก 5-10 ปีข้างหน้าว่าเราจะเดินเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ซึ่งโดยส่วนตัว สุภิญญาเห็นว่าทั้งสอง โมเดลค่อนข้างเอ็กซตรีม (สุดขอบ) เกินไปสำหรับประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยจึงควรหาโมเดลใหม่ของตัวเองที่เกิดจากการสร้างสมดุลระหว่าง การธำรงสิทธิเสรีภาพให้ได้ในระดับหนึ่ง กับความมั่นคงของรัฐ

"ถ้าจะหาจุดลงตัวได้ ต้องหาทางที่ประนีประนอม ซึ่งตัวเองก็ยังคิดไม่ออกว่า โมเดลที่จะหาจุดสมดุลระหว่างเสรีภาพของอินเตอร์เนต และความมั่นคงของชาติอยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าการที่รัฐยังควบคุมสื่ออินเตอร์เนตแบบนี้ จะไม่เป็นผลดี และก่อให้เกิดแรงต้านมากขึ้น" รองประธานคปส. กล่าว

สอดคล้องกับความคิดเห็นของ จีรนุช เปรมชัยพรร ผู้ดูแลเว็บประชาไท ที่เชื่อว่า เสรีภาพบนอินเตอร์เน็ตในโลกและในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าคนในสังคมเห็นคุณค่าของเสรีภาพที่ว่านี้เพียง ไร รวมทั้งพร้อมจะรวมพลังเพื่อเรียกร้องและต่อสู้กับการปิดกั้นการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารเพียงไร อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นนี้นั้น ประเทศไทยอาจต้องใช้เวลาในการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันอีกซักระยะ 

แต่ทว่าในมุมมองของแดนนี่ โอเบียน ผู้ประสานงานสนับสนุนด้านอินเตอร์เนตของคณะกรรมการปกป้องผู้สื่อข่าว กลับเห็นว่า เสรีภาพบนโลกอินเตอร์เนตในสังคมไทยนั้นไม่ใช่ความฝัน หรือสิ่งที่ต้องไขว้คว้าหรือวื่งตาม เพราะเสรีภาพดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว และผู้ ใช้อินเตอร์เนตต้องพยายามป้องกันและรักษาไว้เพื่อไม่ให้ใครมาบล็อกหรือ เซ็นเซอร์ ปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ เพราะ ผู้ใช้อินเตอร์เนต ไม่ใช่อาชญากร หรือ ผู้กระทำผิด แต่มีสิทธิในฐานะพลเมืองที่จะเข้าถึงข้อมูลย่อมรู้สึกรำคาญใจหากเว็บไซต์ต่างๆที่ต้องการใช้หาข้อมูล หรือ ไขข้อข้องใจถูกเซ็นเซอร์ 

อย่างไรก็ตาม โอเบียน ระบุว่าต้อง ขอชมเชย Thai Citizen Network  ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งรวมของบุคคลที่มีความรู้ความสามารถแต่ยังมีการรวมตัว กันทำหน้าที่อย่างเข็มแข็งในการปกป้องเสรีภาพบนโลกออนไลน์ เช่นเดียวกับในสหรัฐ

สุดท้ายแล้วเสรีภาพบนโลกไร้พรมแดนของประเทศไทย จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู๋กับพลังขับเคลื่อนของคนไทยทั้งชาติ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ