จีนเล็งดีลน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 14:45 น.
จีนเล็งดีลน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง
แหล่งข่าวเผยรัฐบาลจีน-รัสเซีย เจรจาซื้อขายน้ำมันราคาถูก ขณะที่พลังงานรัสเซียถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. บลูมเบิร์กรายงานว่าจีนกำลังกระชับความสัมพันธ์ด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยการเจรจาซื้อน้ำมันราคาถูกเพื่อเติมเต็มคลังน้ำมันดิบของประเทศ ท่ามกลางความพยายามของยุโรปที่ต้องการแบนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียอันเนื่องมาจากสงครามในยูเครน

โดยแหล่งข่าวเผยว่ารัฐบาลจีนกำลังหารือกับรัฐบาลรัสเซียเพื่อซื้อขายน้ำมันดิบ โดยน้ำมันเหล่านี้จะนำมาเก็บในคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของจีน

ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในปีนี้เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน แต่น้ำมันจากรัสเซียร่วงลงเมื่อถูกคว่ำบาตร เนื่องจากผู้ซื้อหลีกเลี่ยงเพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อชื่อเสียงหรืออาจถูกคว่ำบาตรทางการเงินไปด้วย จึงเป็นโอกาสสำหรับจีนในการเติมเต็มคลังน้ำมันของประเทศจำนวนมากในราคาถูก

ซึ่งแหล่งข่าวกล่าวว่ารายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันหรือเงื่อนไขอื่นๆ ในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจีนและรัสเซียนั้นยังไม่ได้ถูกระบุอย่างชัดเจน และยังไม่มีการรับประกันว่าจะมีการสรุปข้อตกลงระหว่างทั้งสอง

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนและรัสเซียยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อรายงานข่าวของบลูมเบิร์ก

ทั้งนี้ คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมาว่าจีนได้จัดให้มีวิธีการต่างๆ ในการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ขณะที่สหรัฐและสหราชอาณาจักรให้คำมั่นที่จะแบนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย และสหภาพยุโรปกำลังหารือเพื่อดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่น้ำมันดิบจากรัสเซียยังคงถูกส่งไปยังประเทศที่เต็มใจซื้อ รวมถึงจีนและอินเดีย

รายงานระบุว่าโรงกลั่นในจีนซื้อน้ำมันดิบของรัสเซียอย่างเงียบๆ นับตั้งแต่การบุกรุก แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ความต้องการน้ำมันของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกลดลง

ก่อนหน้านี้รอยเตอร์สรายงานโดยอ้างรองนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ โนวัค ของรัสเซีย ว่ารัสเซียจะส่งน้ำมันที่ถูกปฏิเสธโดยประเทศในยุโรปไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ และเสริมว่ายุโรปจะต้องหาน้ำมันทดแทนที่จะมีราคาแพงกว่า

Photo by REUTERS/Alexei Nikolsky/RIA Novosti/Kremlin