posttoday
“เอกนิติ” ชี้ SME เผชิญ 5 ปัญหาหลัก AI พาติดหล่มภาวะ  "K-shape"

“เอกนิติ” ชี้ SME เผชิญ 5 ปัญหาหลัก AI พาติดหล่มภาวะ "K-shape"

26 กรกฎาคม 2569

ภาษีสหรัฐซ้ำเติมปัญหา SME “เอกนิติ” เผย 5 ปัญหาหลัก SME ไทย ฉุดติดหล่ม หนุนใช้ AI เท่าเทียม ช่วยหลุด ภาวะ "K-shape"

การถูกเรียกเก็บภาษีสหรัฐ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทย ไม่ถูกยอมรับ และ ไม่เชื่อใจ ว่าได้ใช้ มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่ เพราะนอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงอีกหลายด้าน ทั้งเรื่อง อุตสาหกรรมอนาคต ที่ต้องรักษ์โลก กับกฎระเบียบต่างๆของสหภาพยุโรป ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

 

ตลอดจนการใช้ AI ที่ต้องมีการสนับสนุนให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม เพื่อไม่ให้  SME ติดหล่มภาวะ "K-shape" สภาวะที่เศรษฐกิจหรือภาคส่วนต่าง ๆ ฟื้นตัวได้ไม่เท่ากันหลังวิกฤต โดยกลุ่มหนึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่ง (เส้นขาขึ้น) ขณะที่อีกกลุ่มกลับย่ำแย่ลงหรือฟื้นตัวช้ามาก (เส้นขาลง) จนกราฟฉีกออกไปคนละทางเหมือนอักษรตัว K 

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงทิศทางเศรษฐกิจและการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ MSME ไทยผ่านระบบดิจิทัลภาครัฐ งาน Thai MSME FORUM 2026 Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ "From Policy to Profit: เปลี่ยนนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ MSME ไทย" ว่า SME ไทย ยังคงเผชิญปัญหาหลักอยู่ 5 ประการ และอาจติดหล่มภาวะ "K-shape" หากปรับตัวไม่ทัน ประกอบด้วย

 

1.ภาระต้นทุนจากการเก็บภาษีเพิ่มของสหรัฐฯ ปัจจุบันโลกมีความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งล่าสุดสหรัฐอเมริกาได้มีการเก็บภาษีนำเข้าจากหลายประเทศเพิ่มขึ้น และประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย ทำให้ SME ที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“เอกนิติ” ชี้ SME เผชิญ 5 ปัญหาหลัก AI พาติดหล่มภาวะ  "K-shape"

 

ดังนั้น นโยบายต้องเน้นการดึงดูดการลงทุนด้วยความมั่นคง เน้นชูจุดแข็งว่าประเทศไทยมีความมั่นคงและปลอดภัยในสายตาชาวโลก เพื่อให้เป็นฐานการผลิตที่ปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องมีการตั้งเงื่อนไขให้บริษัทต่างชาติที่มาลงทุน บังคับให้มีถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย และต้องดึงผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนของเขาด้วย

 

2.การทะลักเข้าของสินค้าต่างชาติที่ส่งไปสหรัฐฯ ไม่ได้ แน่นอนว่า เมื่อประเทศอื่นถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีจนไม่สามารถส่งสินค้าไปขายได้ สินค้าเหล่านั้นจึงพยายามทะลักเข้ามาขายในประเทศที่ไม่มีกำแพงภาษีสูงเท่าอย่างประเทศไทย ทำให้ SME ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าราคาถูกที่หลั่งไหลเข้ามา

 

ดังนั้น เพื่อคุ้มครอง SME ไทย รัฐบาลได้เปลี่ยนกติกาจากการยกเว้นภาษีสินค้าขนาดเล็กที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เป็นการเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่มูลค่า 1 บาทแรก เพื่อลดความเสียเปรียบของสินค้าในประเทศ

 

3.ความเหลื่อมล้ำในการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี AI นายเอกนิติ กล่าวว่า ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย AI ธุรกิจ SME กำลังเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า "K-shape" คือ SME ที่ใช้ AI เป็นจะมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดและลดต้นทุนได้มาก แต่รายที่ปรับตัวไม่ทันจะยิ่งแย่และเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างรุนแรง

 

ดังนั้น เครื่องมือ "นกกระซิบ" จะกลายเป็น AI ที่ช่วยพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็ก วิเคราะห์ยอดขายว่าสินค้าอะไรขายดี ช่วงเวลาไหนควรขายอะไร และช่วยเตือนเรื่องสต็อกสินค้า เพื่อลดต้นทุนและบริหารจัดการได้แม่นยำขึ้น

 

นอกจากนี้รัฐบาลต้องเน้นการสอนทักษะดิจิทัล ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอนทำ Digital Marketing การทำ Content และการขายออนไลน์ เพื่อขยายตลาดจากแค่ในพื้นที่ไปสู่ระดับประเทศ

 

4.มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นกำแพงการค้าใหม่ เพราะนอกเหนือจากเรื่องภาษีสหรัฐแล้ว นายเอกนิติ กล่าวว่า SME กำลังจะเจอความท้าทายเรื่อง "ภาษีคาร์บอน" หรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากทางยุโรป ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างหรือกติกาใหม่ในการกีดกันทางการค้า หาก SME ไม่สามารถรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนได้ ก็จะมีต้นทุนภาษีที่สูงขึ้นทันที

 

รัฐบาลจึงดำเนินการ สนับสนุนผู้ประกอบการที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสถานประกอบการเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนให้ SME เริ่มเรียนรู้การรายงานข้อมูลคาร์บอน เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นกำแพงภาษีในการส่งออกไปยังยุโรปในอนาคต

 

และ 5.ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเนื่องจากข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากมี SME จำนวนมากที่มีปัญหาเรื่องการทำบัญชีที่ไม่เป็นระบบ หรือมีการทำบัญชีหลายเล่มที่ไม่ตรงกัน (เช่น บัญชีส่งธนาคาร บัญชีส่งกรมสรรพากร และบัญชีจริง) ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาของธนาคารและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ยาก จนต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ

 

ระบบบัญชีอย่างย่อและ e-Tax จะเข้ามาเป็นคำตอบ ทำให้การทำบัญชีมีความน่าเชื่อถือ รัฐบาลจึงส่งเสริมให้ใช้ระบบ e-Tax Invoice เพื่อให้ได้ภาษีคืนเร็วขึ้น และมีระบบช่วยทำบัญชีอย่างย่อเพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสำหรับยื่นกู้ธนาคารได้ทันที

 

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ข้อมูลทางเลือก โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารกำลังพัฒนาการใช้ข้อมูลอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนการดูแค่เครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว

 

รวมถึงการออกมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 เท่า หาก SME ลงทุนในระบบดิจิทัลหรือซอฟต์แวร์ รัฐอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ถึง 2 เท่า และสร้างแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยการให้สิทธิประโยชน์กับ SME ในการประมูลงานภาครัฐ โดยให้แต้มต่อด้านราคา 20% เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่

ข่าวล่าสุด

'รมว.สุรศักดิ์' ลุยเบลเยียมเช็ก Tomorrowland จัดไทยคาดเงินสะพัด 6.1 พันลบ.

'รมว.สุรศักดิ์' ลุยเบลเยียมเช็ก Tomorrowland จัดไทยคาดเงินสะพัด 6.1 พันลบ.