
'รมว.สุรศักดิ์' ลุยเบลเยียมเช็ก Tomorrowland จัดไทยคาดเงินสะพัด 6.1 พันลบ.
รมว.ท่องเที่ยวฯ ควงผู้ว่า ททท. ถก Tomorrowland เบลเยียม ลุยจัดเทศกาลดนตรีโลกครั้งแรกในเอเชีย ธ.ค. 69 คาดนักท่องเที่ยว 1.5 แสนคน เงินสะพัด 6,132 ล้าน ดันโรงแรมชลบุรี-ระยองคึกคัก
KEY
POINTS
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินทางเยือนเบลเยียม เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมในการจัดเทศกาลดนตรี Tomorrowland ในประเทศไทย
- เทศกาล Tomorrowland Thailand มีกำหนดจัดขึ้นครั้งแรกในเอเชียที่จังหวัดชลบุรี วันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 คาดว่าจะดึงดูดผู้ร่วมงานกว่า 150,000 คน
- คาดว่าการจัดงานจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยรวมกว่า 6,132 ล้านบาท และสร้างรายได้ภาษีให้รัฐบาลอีกประมาณ 732 ล้านบาท
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก (Global Festival Destination) อย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท.
เดินทางไปยังเมืองบูม ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อเข้าพบและร่วมหารือกับ Mr. Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท WEAREONE.world (Tomorrowland Inc.)
การเดินทางเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือในการจัดงาน Tomorrowland Thailand เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) อันดับหนึ่งของโลก
มีกำหนดการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี
เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ คาดดึงคนร่วมงานกว่า 1.5 แสนคน
จากการคาดการณ์การจัดงาน Tomorrowland Thailand ประเมินว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมตลอด 3 วัน ไม่น้อยกว่า 150,000 คน (เฉลี่ยวันละ 50,000 คน)
โดยมีโครงสร้างผู้เข้าร่วมงานที่เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง ดังนี้
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (85%): จำนวนไม่น้อยกว่า 127,500 คน กระจายตัวมาจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul)
อาทิ สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, จีน, เกาหลีใต้, อินเดีย, ออสเตรเลีย และกลุ่มแฟนดนตรีระยะไกล (Long-haul) จากยุโรป (เบลเยียม, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร) และอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มพำนักยาว (Longer Stay) และ spending ต่อหัวสูง
นักท่องเที่ยวชาวไทย (15%): จำนวนไม่น้อยกว่า 22,500 คน
ส่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ: เม็ดเงินหมุนเวียน 6,132 ล้านบาท
การประเมินจากบริษัทผู้จัดงานระบุว่า Tomorrowland Thailand จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม (Total Economic Impact) ให้แก่ประเทศไทยสูงถึง 6,132 ล้านบาท (ประมาณ 159 ล้านยูโร) โดยแบ่งเป็นรายละเอียดเชิงลึก ดังนี้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง (Direct Boost) - 1,092 ล้านบาท (28 ล้านยูโร)
เป็นเงินสะพัดที่อัดฉีดลงสู่ผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ท้องถิ่น (Local Suppliers) โดยตรง
ได้แก่ งานโปรดักชัน แสง สี เสียง, การว่าจ้างและค่าตอบแทนบุคลากรไทย, การจัดซื้ออาหารและเครื่องดื่ม (F&B), งานบริหารจัดการหน้างาน (Operation), งานบริการต้อนรับ (Hospitality) ตลอดจนค่าเช่าและบริหารจัดการพื้นที่จัดงาน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อม (Indirect Boost) - 5,309 ล้านบาท (131 ล้านยูโร)
เป็นเม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาและเที่ยวต่อในประเทศไทย (Extended Stay) ทั้งด้านการเดินทาง ขนส่ง ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง และการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานราก
สร้างรายได้ภาษีคืนสู่ภาครัฐกว่า 732 ล้านบาท
นอกจากเม็ดเงินหมุนเวียนในภาคเอกชนแล้ว กิจกรรมทางเศรษฐกิจมหาศาลนี้ยังสร้างรายได้ภาษีคืนกลับสู่รัฐบาลไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 732 ล้านบาท (ประมาณ 19 ล้านยูโร) ได้แก่
ภาษีทางตรง (81% / 590 ล้านบาท): จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในช่วงพำนักต่อของนักท่องเที่ยว, ภาษีจากการจัดงานของ TML (ตั๋วเข้างาน, F&B, ภาษีเงินได้นิติบุคคล), ภาษีการบริโภคส่วนบุคคล และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ของศิลปินระดับโลก
ภาษีทางอ้อม (19% / 142 ล้านบาท): จากภาษีเงินได้นิติบุคคลของภาคธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น, ภาษีจากกลุ่มผู้ให้บริการซัพพลายเออร์ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ของแรงงานที่เกี่ยวข้อง
อานิสงส์ใหญ่ ดันยอดจองโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ พุ่ง
ความเคลื่อนไหวการจัดงานในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของไทย ส่งผลกระตุ้นอุตสาหกรรมการบริการและที่พักล่วงหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบันเริ่มพบสัญญาณความต้องการจองห้องพักในพื้นที่รอบสถานที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเติบโตอย่างล้นหลาม ครอบคลุมพื้นที่ จ.ชลบุรี (พัทยา, จอมเทียน, ศรีราชา, บางแสน) ต่อเนื่องไปจนถึงโซนชายหาด จ.ระยอง
ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร อุตสาหกรรมขนส่ง และชุมชนท้องถิ่น
ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดบ้านรับอีเวนต์ระดับโลก และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ภาคการท่องเที่ยวไทยในอนาคต







