หนุ่มจีนตัดใจลาโลก หลังตามหาพ่อแม่ที่ทิ้งไปจนเจอ แต่บุพการีไม่ไยดี

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 12:30 น.
หนุ่มจีนตัดใจลาโลก หลังตามหาพ่อแม่ที่ทิ้งไปจนเจอ แต่บุพการีไม่ไยดี
หนุ่มจีนตามพาพ่อแม่ที่พลัดพราก แต่กลับถูกทิ้งซ้ำสอง ก่อนตัดสินใจลาโลก

Global Times รายงานเรื่องสลดของหนุ่มจีนวัย 17 ปีที่ถูกพ่อแม่ขายแลกเงินตั้งแต่เกิด และกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อเขาตามหาพ่อแม่แท้ๆ จนเจอ แต่กลับถูกปฏิเสธอีกครั้ง สุดท้ายพบเป็นร่างไร้วิญญาณริมชายหาดในมณฑลไห่หนาน พร้อมทิ้งจดหมายสุดเศร้า

หลิว เฉียโจว เด็กหนุ่มชาวจีนวัย 17 ปีจากมณฑลเหอเป่ย ทางเหนือของจีน ถูกพบว่าฆ่าตัวตายโดยใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าเกินขนาด ซึ่งญาติเผยว่าหลิวต้องทานยานี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว

ก่อนที่จะฆ่าตัวตายหลิวได้โพสต์ข้อความบน Weibo ตัดพ้อชีวิตของตัวเองว่าพ่อและแม่แท้ๆ ขายเขาให้กับพ่อแม่บุญธรรมเพื่อแลกกับเงินหลายพันหยวน (ในเวลาต่อมาญาติของหลิวเผยว่าเป็นเงินจำนวน 27,000 หยวน)

หลิวเล่าต่อว่าเมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่บ้าน เขาต้องหนีตายมาอาศัยอยู่ที่บ้านของปู่ย่าบุญธรรม แต่ชีวิตเขาที่รอดมาได้ก็ไม่ใช่โชคดีสักเท่าไร ในฐานะเด็กกำพร้าหลิวถูกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนรังแกเป็นประจำ

ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตของหลิวถูกทอดทิ้งหลายครั้งหลายหน ทั้งจากพ่อแม่แท้ๆ พ่อแม่บุญธรรมที่เสียชีวิตไป และครั้งหนึ่งป้าบุญธรรมของหลิวเคยรับเขาไปเลี้ยงดูเหมือนเป็นลูกของตัวเอง แต่สุดท้ายหลิวก็ถูกทอดทิ้งเมื่อเธอหย่ากับสามี

หลิวตัดสินใจตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงเมื่อรู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ ของบ้านนี้ เขาโพสต์วิดีโอลงบนเว็บไซต์หนึ่งซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลของเด็กที่ถูกลักพาตัวเพื่อช่วยตามพาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของพวกเขา

เมื่อชาวเน็ตหลายคนได้ทราบเรื่องราวของหลิวต่างก็เห็นใจและเสนอความช่วยเหลือในการตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของหลิว

ในเดือนธ.ค. ปีที่แล้วตำรวจในมณฑลซานซีพบพ่อของหลิวจากการตรวจดีเอ็นเอ แต่พ่อและแม่ของหลิวหย่าร้างและไปมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว แม้ว่าในที่สุดหลิวจะได้พบกับพ่อแม่ที่เขาตามหาแต่พวกเขาปฏิเสธที่จะรับเลี้ยงดูหลิว และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ทำให้หลิวถูกทิ้งอีกครั้ง

หลิวโพสต์ข้อความสุดท้ายเมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนกลืนยารักษาโรคซึมเศร้าหลายสิบเม็ดที่ชายหาดในซานย่า มณฑลไห่หนาน โดยเจ้าหน้าตำรวจยืนยันการเสียชีวิตของหลิวเมื่อเวลาประมาณตีสี่

Photo: Sina Weibo