ซาอุดีอาระเบีย-ไทย ฟื้นสัมพันธ์ แถลงการณ์ร่วมชี้ "ครั้งประวัติศาสตร์"

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 10:10 น.
ซาอุดีอาระเบีย-ไทย ฟื้นสัมพันธ์ แถลงการณ์ร่วมชี้ "ครั้งประวัติศาสตร์"
หลังจากความสัมพันธ์ร้าวฉานนานหลายสิบปีกรณีเพชรซาอุอันโด่งดัง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ซาอุดีอาระเบียและไทยประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตขึ้นใหม่ หลังจากความสัมพันธ์ร้าวฉานมานานกว่าสามทศวรรษทีจากรณีการขโมยอัญมณีจากพระราชวังเชื้อพระวงศ์ในซาอุดิอาระเบีย

ทั้งสองประเทศประกาศในแถลงการณ์ร่วม "การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตเต็มรูปแบบ" ระหว่างการเยือนริยาดของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทย ที่กรุงริยาด โดยรอยเตอร์รายงานว่าทั้ง 2 ประเทศพร้อมจะแลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูตระหว่างกันในอนาคตข้างหน้า

“ขั้นตอนประวัติศาสตร์นี้เป็นผลมาจากความพยายามอันยาวนานในระดับต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจซึ่งกันและกันและความสัมพันธ์ฉันมิตร” ถ้อยแถลงร่วมระบุ ภายหลังการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย

ขณะเดียวกัน สายการบินซาอุดิอาระเบียประกาศว่าเที่ยวบินสู่ประเทศไทยจะกลับมาให้บริการในเดือนพฤษภาคม

สำนักข่าวเอเอฟพีชี้ว่าประเทศไทยได้พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์หลายครั้ง ส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ แต่ซาอุดีอาระเบียได้กล่าวหามานานแล้วว่าตำรวจไทยไม่เต็มที่กับการสืบสวนเรื่องการโจรกรรม โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสได้ลักลอบเก็บอัญมณีที่ขโมยมาไปเป็นของตนเอง

เอเอฟพีระบุว่าต่อมาตำรวจไทยได้คืนอัญมณีบางส่วน แต่เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียอ้างว่าส่วนใหญ่เป็นของปลอม ในขณะที่อัญมณีล้ำค่าที่สุดคือเพชรสีน้ำเงินหายากขนาด 50 กะรัต ยังคงไม่ทราบ

ซาอุดีอาระเบียส่งนักธุรกิจคนหนึ่งไปสอบสวนในปี 2533 แต่เขาหายตัวไปในกรุงเทพฯ ไม่กี่วันหลังจากนักการทูตซาอุดิอาระเบียสามคนถูกยิงเสียชีวิตในกรุงเทพฯ 

รอยเตอร์รายงานว่าถ้อยแถลงระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดง “ความเสียใจอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในประเทศไทยระหว่างปี 2532 ถึง 2533” และกล่าวว่ารัฐบาลของเขาพร้อมที่จะ “แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในกรณีที่มีหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้อง”