จับตาสถานกงสุลสหรัฐในเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์หลักต้านจีน

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 16:15 น.
จับตาสถานกงสุลสหรัฐในเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์หลักต้านจีน
สื่อนอกมองสหรัฐตั้งสถานกงสุลใหญ่ในเชียงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ต้านจีน

1. เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ นักข่าวชาวสวีเดนผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในไทยกล่าวถึงสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาในจังหวัดเชียงใหม่ผ่าน The Irrawaddy เว็บไซต์ข่าวเมียนมาว่าเป็นหนึ่งในความพยายามของสหรัฐที่มุ่งเป้าไปที่จีนและเมียนมา

2. รายงานระบุว่าสถานกงสุลใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในราคา 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเปิดทำการในปี 2023 โดยสำนักงานแห่งนี้จะแผ่ขยายออกไปไม่น้อยกว่า 6.6 เอเคอร์ ซึ่งสหรัฐกล่าวว่าโครงการนี้เป็น "สัญญาณที่เป็นรูปธรรมของความมุ่งมั่นระยะยาวของเราที่มีต่อประชาชนในภาคเหนือของไทย"

3. แต่ลินท์เนอร์ดั้งข้อสังเกตว่าการที่สหรัฐเลือกจังหวัดเชียงใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดยระบุว่าสหรัฐตั้งสถานกงสุลใหญ่ในเชียงใหม่ครั้งแรกในปี 1950 และถูกใช้เป็นสถานีข่าวกรองที่มุ่งเป้าไปที่ก๊กมินตั๋ง พรรคชาตินิยมจีนซึ่งออกจากประเทศจีนไปยังรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมาในปี 1950 หลังพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองจีน

4. รายงานยังอ้างถึงไมเคิล วาติเคียวติส นักวิเคราะห์ชาวอังกฤษในสิงคโปร์เขียนบทความลงบน Nikkei Asia เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่าสถานกงสุลใหญ่อยู่ห่างเพียง 500 กิโลเมตรจากชายแดนจีน และยังใกล้กับเมียนมาและลาว "เป็นความพยายามของสหรัฐที่จะเสริมขีดความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองจากพื้นที่ภาคเหนือของไทย"

5. ก่อนหน้านี้สหรัฐเคยใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ในการสอดแนมศัตรูมาแล้วตั้งแต่ปี 1970 ในสมัยสงครามเวียดนาม โดยลินท์เนอร์ได้กล่าวถึงค่ายรามสูรในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกองทัพสหรัฐได้มาตั้งสถานีเรดาร์เพื่อสอดแนมและติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของฝ่ายตรงข้ามคือจีนและเวียดนาม

6. รายงานระบุว่าค่ายรามสูรทำหน้าที่เป็นสถานีข่าวกรองทางทหารสำหรับการสื่อสารระหว่างสหรัฐอเมริกากับไซต์ข่าวกรองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก (ดูบทความของโพสต์ทูเดย์เรื่อง "รามสูร" ฐานลับทรมานศัตรูอเมริกาในไทย)

7. ค่ายแห่งนี้มีเครื่องมือสื่อสารและการข่าวทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกถึงกับคุยกันว่า "ได้ยินกระทั่งเสียงเข็มหล่นลงพื้นในพนมเปญ" แต่มันปิดลับเสียจนเจ้าหน้าที่ของไทยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณฐานลับ

8. ลินท์เนอร์กล่าวว่าไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐจะมีบทบาทอย่างไรเมื่อเปิดทำการในปีหน้า แต่เชื่อว่าการรวบรวมข่าวกรองจะมีความสำคัญสูงสุดสำหรับสหรัฐอย่างแน่นอน

9. ลินท์เนอร์ยังระบุว่าสหรัฐพยายามตอบโต้การผงาดของจีนในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองในเอเชียด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือ Quad และ AUKUS ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามในการตอบโต้อิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

10. ลินท์เนอร์ทิ้งท้ายว่าสงครามเย็นครั้งใหม่อาจยังไม่ร้อนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นที่ชัดเจนว่าสหรัฐกำลังร่วมมือกับพันธมิตรรวมถึง Quad และ AUKUS เพื่อสร้างป้อมปราการต่อต้านจีน และการสร้างสถานกงสุลใหญ่สหรัฐแห่งใหม่ในเชียงใหม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าว

Photo by Brendan Smialowski / AFP