posttoday

หญิงเอเชียถูกผลักจนรถไฟใต้ดินทับที่นิวยอร์ก

16 มกราคม 2565

หญิงเอเชียถึงกับเสียชีวิต หลังชายคนหนึ่งผลักเธอตกลงไปจากชานชาลาขณะที่รถไฟใต้ดินในไทม์สแควร์กำลังเคลื่อนขบวนเข้ามา

BuzzFeed รายงานว่าขณะเกิดเหตุนั้นมิเชลล์ เอลีสซา โก (Michelle Alyssa Go) หญิงวัย 40 ปีจากอัปเปอร์เวสต์ไซด์ ในนิวยอร์ก ยืนอยู่คนเดียวเพื่อรอรถไฟที่สถานีไทม์สแควร์ที่ถนนเวสต์ 42 และบรอดเวย์ประมาณ 9:30 น. ตอนนั้นเองที่เธอถูกโจมตี

ผู้ลงมือคือ ชายวัย 61 ปี ชื่อไซมอน มาร์เชียลได้ผลักโกลงจากชานชาลาตกลงไปบนรางรถไฟขณะที่รถไฟเคลื่อนขบวนมาจอดพอดี จนทำให้เธอเสียชีวิต ส่วนผู้ลงมือได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และต่อมาได้มอบตัวที่สถานีตำรวจ

ตำรวจเผยว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้พูดเคยหรือมีปากเสียงกับผู้ลงมือ คีแชนท์ ซีเวลล์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่า "นี่เป็นการกระทำรุนแรงที่ไร้สติ ไร้สติโดยสิ้นเชิง"

BuzzFeed รายงานว่ายังไม่ชัดเจนว่า โกตกเป็นเป้าหมายเพราะเชื้อชาติของเธอหรือไม่ ตำรวจและอัยการเขตแมนฮัตตันกล่าวว่าพวกเขายังคงสอบสวนความเป็นไปได้ในการตั้งข้อหาและประเมินหลักฐาน

The New York Times รายงานว่า ชายคนนี้มีประวัติป่วยทางจิตซึ่งอาจเป็นคนเร่ร่อน และอ้างข้อมูลตำรวจที่กล่าวว่าเขาเคยพบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างน้อยสามครั้งก่อนหน้านี้ ไม่กี่นาทีก่อนโกจะถูกผลัก ผู้ลงมือยังได้เผชิญหน้ากับหญิงอีกคน ซึ่งไม่ใช่ชาวเอเชีย และหญิงคนนั้นรายงานว่เธอกลัวว่าเขาจะผลักเธอลงไปบนรางรถไฟ

เบื้องต้น กรณีนี้จึงยังไม่แน่ชัดว่าเป็นลงมือเพราะผู้เสียชีวิตเป็นชาวเอเชียหรือไม่ แต่ The New York Times ชี้ว่ากรณีที่เกิดขึ่้นเป็นเรื่องละเอียดออ่อนมาก เพราะมีกรณีทำร้ายคนเอเชียเกิดขึ้นบ่อยคัคร้งในระยะหลัง

ขณะที่ BuzzFeed ชี้ว่า เหตุการณ์ที่แสดงถึงความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียได้ปะทุขึ้นในสหรัฐระหว่างการระบาดใหญ่ รายงานล่าสุดจาก Stop AAPI Hate อ้างถึงเหตุการณ์ความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวเกาะแปซิฟิกมากกว่า 10,000 ครั้ง ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม 2020 ถึง 30 กันยายน 2021

“บ่อยครั้งมากที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียถูกมองว่าเป็นชาวต่างชาติและไม่ใช่คนอเมริกันอย่างแท้จริง และเราต้องการให้แน่ใจว่าเรากำลังยืนหยัดในฐานะเมืองที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ” เกรซ เมิ่ง (Grace Meng) ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของควีนส์กล่าวในงานแถลงข่าว

Photo by Ed JONES / AFP