posttoday
ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

25 กรกฎาคม 2569

กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชาถูกแชร์วงกว้าง แต่ไม่พบหลักฐานยืนยัน ขณะที่กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดการโอนอาวุธต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อน

จากกรณีที่มีเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์หลายแห่งในประเทศไทยเผยแพร่ข้อมูลว่า กัมพูชามีแผนจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15 มือสองจำนวน 8 ลำ พร้อมแพ็กเกจซ่อมบำรุง อัปเกรดระบบอาวุธ และฝึกนักบิน รวมถึงมีการอ้างว่าญี่ปุ่นเตรียมบริจาคเครื่องบินขับไล่ F-15 หรือแม้แต่ F-2 ให้กัมพูชา เพื่อนำมาเสริมศักยภาพทางอากาศนั้น ได้สร้างความกังวลในสังคมไทย เนื่องจาก F-15 ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่มีประวัติการใช้งานโดดเด่นระดับโลก

 

ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวและเอกสารทางการ ไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่าญี่ปุ่นมีแผนหรือได้ดำเนินการบริจาคเครื่องบินขับไล่ดังกล่าวให้แก่กัมพูชาแต่อย่างใด

 

ข้อมูลที่ปรากฏอย่างเป็นทางการ คือ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ญี่ปุ่นและกัมพูชาได้ลงนามในข้อตกลงความช่วยเหลือด้านความมั่นคง ภายใต้โครงการ Official Security Assistance (OSA) วงเงิน 500 ล้านเยน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุน เรือตรวจการณ์และอุปกรณ์สื่อสาร ให้แก่กองทัพกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้มีการระบุถึงการมอบเครื่องบินขับไล่

 

ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตเครื่องบิน F-15 พบว่า การโอนหรือบริจาคยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ให้แก่ประเทศที่สาม ไม่สามารถดำเนินการได้โดยเสรี

 

อ่านรายละเอียดที่ https://2021-2025.state.gov/third-party-transfer-process-and-documentation/ 

 

ภายใต้มาตรา 3(a) ของ กฎหมายควบคุมการส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ (Arms Export Control Act: AECA) ประเทศที่ครอบครองยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ จะต้องได้รับ ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านกระบวนการ Third Party Transfer (TPT) ก่อนจึงจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์หรือส่งมอบให้ประเทศอื่นได้

 

ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

กระบวนการดังกล่าวเริ่มจากประเทศเจ้าของยุทโธปกรณ์ยื่นคำขอต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาร่วมของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านข่าวกรอง และการประเมินด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการใช้งานปลายทาง ก่อนจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณา หากมูลค่าการโอนเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

 

นอกจากนี้ ประเทศผู้รับยังต้องลงนามในเอกสาร Letter of Offer and Acceptance (LOA) เพื่อยอมรับเงื่อนไขการติดตามการใช้งานและข้อกำหนดด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การโอนเครื่องบินขับไล่ F-16 จากเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และนอร์เวย์ให้แก่ยูเครน ซึ่งทั้งสามประเทศต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านกระบวนการ Third Party Transfer ก่อน จึงสามารถส่งมอบเครื่องบินและเริ่มการฝึกนักบินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

 

จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏว่าญี่ปุ่นได้ยื่นคำขออนุมัติต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อโอนหรือบริจาคเครื่องบินขับไล่ F-15 ให้แก่กัมพูชา อีกทั้งยังไม่มีการประกาศหรือเอกสารจากรัฐบาลญี่ปุ่น รัฐบาลสหรัฐฯ หรือรัฐบาลกัมพูชา ที่ยืนยันว่ามีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ กระแสข่าวที่อ้างว่าญี่ปุ่นเตรียมบริจาคเครื่องบินขับไล่ F-15 หรือ F-2 ให้กัมพูชา จึง ยังไม่มีหลักฐานทางการรองรับ และไม่สอดคล้องกับขั้นตอนทางกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดให้การโอนยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนทุกกรณี.

 

ตรวจข้อเท็จจริง กระแสข่าวญี่ปุ่นบริจาค F-15 ให้กัมพูชา ยังไร้หลักฐาน ขัดเงื่อนไขกฎหมายสหรัฐฯ

ข่าวล่าสุด

ศธ.ดันอีสปอร์ตสู่ห้องเรียน วางกาญจน์ต้นแบบระดับประเทศ

ศธ.ดันอีสปอร์ตสู่ห้องเรียน วางกาญจน์ต้นแบบระดับประเทศ