posttoday
ชี้โควิดบีบ 'วัยรุ่น-ผู้หญิง' เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสี่ยงตกงานมากสุด

ชี้โควิดบีบ 'วัยรุ่น-ผู้หญิง' เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสี่ยงตกงานมากสุด

17 ธันวาคม 2564

วัยรุ่นและผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญการสูญเสียงานสูงในช่วงโควิด-19 ระบาด

สำนักข่าวซินหัวอ้างรายงานรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งเผยแพร่วันพฤหัสบดี (16 ธ.ค.) ระบุว่าวัยรุ่นและผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากการสูญเสียงานในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

รายงานว่าด้วยตลาดแรงงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฉบับนี้พบผู้มีอายุ 15-24 ปี ซึ่งครองสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 15 ของแรงงานในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม เผชิญการสูญเสียงานสูงถึงร้อยละ 45 ณ จุดสูงสุดของการระบาดใหญ่ในปี 2020

สำหรับไทย ผู้หญิงครองสัดส่วนร้อยละ 60 ของการสูญเสียงานทั้งหมดในไตรมาสสองของปี 2020 โดยตัวเลขดังกล่าวในภาคการผลิตสูงถึงร้อยละ 90

รายงานชี้ว่าแรงงานอายุน้อยมีแนวโน้มตกงานมากกว่า เนื่องจากภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนัก อาทิ โรงแรมและร้านอาหาร และการค้าส่งและค้าปลีก จ้างแรงงานอายุน้อยมากกว่า ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มออกจากงานมากกว่าผู้ชาย เพื่อมาดูแลครอบครัวในช่วงเกิดโรคระบาดใหญ่

การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศที่ลดลง ข้อจำกัดการเดินทาง และศักยภาพการทำงานทางไกลที่มีจำกัด ล้วนส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างอย่างเห็นได้ชัดในภาคเกษตรกรรม ค้าส่ง และค้าปลีก

นอกจากนั้นโรคระบาดใหญ่ยังทวีความไม่เท่าเทียมระหว่างแรงงานมีฝีมือและไร้ฝีมือ ส่งผลเสียต่อแรงงานฝีมือปานกลางและต่ำ เนื่องจากพวกเขาถูกแทนที่ด้วยการทำงานของระบบอัตโนมัติหรือถูกย้ายไปที่อื่น โดยแรงงานกลุ่มเปราะบางที่สุด ได้แก่ แรงงานนอกระบบ พนักงานอิสระ พนักงานชั่วคราว และแรงงานต่างถิ่น

“แม้รัฐบาลจะรับมือกับปัญหาดังกล่าว แต่โรคโควิด-19 ยังเผยให้เห็นช่องว่างในการคุ้มครองทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจ้างงานนอกระบบอย่างต่อเนื่องในระดับสูงทั่วทั้งภูมิภาค” ราเมซ สุบรามาเนียม ผู้อำนวยการธนาคารฯ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

สุบรามาเนียมเผยว่าการมุ่งเป้าไปที่นโยบายการคลังในระหว่างการฟื้นตัวนั้นสามารถเปลี่ยนจากการบรรเทาทุกข์เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปสู่การลงทุนเชิงโครงสร้างที่จะส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมมากขึ้น

ด้านอายาโกะ อินางากิ ผู้อำนวยการธนาคารฯ ฝ่ายพัฒนามนุษย์และสังคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าโรคระบาดใหญ่ บวกกับความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวและความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ตอกย้ำความจำเป็นของนโยบายการคลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการลงทุนด้านการคุ้มครองทางสังคมและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้

อินางากิเสริมว่าประเทศต่างๆ ควรส่งเสริมการลงทุนในทุนมนุษย์และระดมทรัพยากรภายในประเทศ เพื่อจัดตั้งโครงการการคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ข่าวล่าสุด

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ