Nothing Ear หูฟังที่เหมือนไม่ได้ใส่ (และไม่มีอะไรเข้ามาแทรก)

วันที่ 27 ต.ค. 2564 เวลา 17:32 น.
 Nothing Ear หูฟังที่เหมือนไม่ได้ใส่ (และไม่มีอะไรเข้ามาแทรก)
ด้วยน้ำหนักเบาเป็นพิเศษที่ 4.7 กรัม ทำให้มันมีจุดเด่นที่น่าสนใจกว่าหูฟังตัวอื่นๆ แต่ฟีเจอร์เรื่องเสียงและดีไซน์ก็ไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกัน

Nothing Ear รุ่น Ear 1. หรือ Nothing ear (1) มันไม่ใช่แค่หูฟังที่เป็นกระแสเท่ๆ แต่ได้รับเสียงเชียร์จากคนระดับโทนี เฟเดลล์ (Tony Fadell) ผู้คิดค้น iPod และผู้ก่อตั้ง Nest, สตีเวน ฮัฟฟ์แมน (Steven Huffman) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Reddit และ เคซีย์ ไนสแตท (Casey Neistat) หนึ่งใน vloggers ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของ YouTube

Ear 1. เป็นหูฟังไร้สายจริงๆ เพราะไม่มีสายอะไรเชื่อมต่อมันทั้งสิ้น องค์ประกอบบางส่วนเหมือนกับ AirPods Pro เช่นการตัดเสียงรบกวนโดยใช้พลังงานไฟฟ้า (Clear Voice) แต่ด้วยราคาถูกกว่าเห็นๆ แค่ 99 ดอลลาร์ เทียบกับราคาระดับกลางของอุปกรณ์สำหรับการฟังของ Apple ในระดับราคากลางๆ ที่ 249 ดอลลาร์

ภาพจาก Nothing

มันมาพร้อมกับไมโครโฟน 3 ตัว สองตัวจะรวบรวมเสียงรบกวนรอบข้างในขณะที่ตัวที่สามเน้นที่พูด โดยใช้ Machine Learning หรือการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเองเพื่อปิดกั้นเสียงรบกวน

บริษัทบอกว่า "Nothing ear (1) ใช้เทคโนโลยี Clear Voice และไมโครโฟนความละเอียดสูง 3 ตัวเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ยินเสียงเหมือนกับที่คุณได้ยิน ในขณะที่คุณพูด อัลกอริธึมขั้นสูงจะอ้างอิงคำพูดและเสียงนับล้าน (แม้แต่ในความเร็วลมสูงถึง 40 กม./ชม.) เพื่อแยกและขยายเสียงของคุณเพื่อความแม่นยำที่น่าทึ่ง"

ภาพจาก Nothing

สิ่งที่น่าดึงดูดใจนอกจากน้ำหนักที่เบามากแล้ว รวมถึงชั่วโมงการใช้งานนานถึง 34 ชั่วโมงหลังชาร์จแล้ว แต่เล่นเพลงติดต่อกันได้ 5.7 ชั่วโมงซึ่งนานกว่า AirPods Pro ยังดีไซน์แบบโปรงใสเห็นกลไกด้านในและกล่องบรรจุก็เป็นกล่องใสเช่นกัน

ดีไซน์ที่เหนือกว่าความโปร่งใสคือ มันออกแบบมาเพื่อให้ความสบายสูงสุดด้วยช่องระบายอากาศที่ช่วยลดแรงกด และออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และมีจุกซิลิโคนเหลว 3 ชิ้นเพื่อปรับแต่งให้พอดี กับสรีระหูของผู้ใช้ พวกเขาจึงบอกว่า "คุณอาจลืมไปเลยว่ากำลังสวมมันอยู่ และนั่นคือประเด็น" ประเด็นก็คือมันคือหูฟังที่เหมือนไม่ได้ใส่อะไร เป็น "Nothing Ear" สมชื่อ

ภาพจาก Nothing

Nothing เจ้าของโปรดักต์ตัวนี้เป็นสตาร์ทอัปที่น่าจับตามาก พวกเขายังเพิ่งระดมทุนได้ถึง 50 ล้านดอลลาร์เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม รวมแล้วเป็น 74 ล้านดอลลาร์ คาร์ล เพย์ (Carl Pei) ซีอีโอของบริษัทบอกว่า เงินทุนใหม่จะใช้สำหรับ "การวิจัยและพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของแบรนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ (ของธุรกิจ)" และพวกเขามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขอดันออกมาอีกเพียบ