ประเทศอื่นเขาทำไหม? ทุ่มร้อยล้านจ้างคนดังดึงนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 16:30 น.
ประเทศอื่นเขาทำไหม? ทุ่มร้อยล้านจ้างคนดังดึงนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่
หลายประเทศเชื่อเทศกาลปีใหม่เป็นโอกาสทองฟื้นฟูการท่องเที่ยว ยอมรับผู้ติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้น

สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยดึงศิลปินระดับโลกอย่าง "ลิซ่า แบล็กพิงก์" และ "อันเดรอา โบเชลลี" จากเกาหลีใต้และอิตาลีร่วมงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2022 ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเบื้องต้นระบุว่าจะใช้งบประมาณอยู่ที่ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 100 ล้านบาท

ส่งผลให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา โดยบางส่วนเห็นด้วยกับแผนการดังกล่าว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกังวลว่างบประมาณที่สูญเสียไปอาจไม่คุ้มค่า และเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดคลัสเตอร์ใหญ่ในประเทศอีกครั้ง

ขณะที่เกาหลีใต้เองก็ประกาศว่าจะยุติข้อจำกัดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกลับสู่ภาวะปกติภายในเดือนม.ค. ปีหน้า และได้มีการผ่อนปรนมาตรการบางอย่างไปแล้ว เช่น ขยายเวลาเปิดทำการของสถานที่ต่างๆ

แต่ยังไม่มีการพูดถึงการจัดงานเคาต์ดาวน์แบบยิ่งใหญ่อลังการ ความจริงแล้ว จากกรณีที่ผ่านๆ มา เช่น การเกิดคลัสเตอร์ในสถานบันเทิงที่มีเหล่าคนดังเกาหลีพัวพันด้วย ทำให้การจัดปาร์ตี้ใหญ่ๆ เพื่อฉลองการเปิดประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก

แม้ว่าตอนนี้เกาหลีใต้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่อนุมัติให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 กับเด็กอายุ 12 ถึง 17 ปี และฉีดวัคซีนบูสเตอร์ในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยขณะนี้มีประชากรได้รับวัคซีนครบโดสแล้วราว 52 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่า 70% ขณะที่ผู้ติดเชื้อในประเทศมีแนวโน้มลดลงอยู่ที่วันละกว่า 1 พันคน

สำหรับอิตาลียังคงอยู่ในภาวะฉุกเฉินซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปลายเดือนม.ค. และเผชิญกับการล็อกดาวน์มานาน 2 เดือนหลังจากต่อสู้กับการแพร่ระบาดระลอกที่ 3

แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดในอิตาลีดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ลดลงและอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น แต่ก็เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ยังไม่มีการประกาศจะจัดงานเคาต์ดาวน์ระดับโลกแบบที่ไทยเสนอไป

จ้างคนดังส่งเสริมการท่องเที่ยว

ก่อนหน้านี้มีหลายประเทศที่มีแนวคิดในลักษณะเดียวกัน คือการจ้างอินฟลูเอนเซอร์มากระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างเช่นอินโดนีเซียซึ่งมีรายงานเมื่อปีที่แล้วว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 72,000 ล้านรูเปียห์เพื่อจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ผู้มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียจากนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ 10.3 ล้านรูเปียห์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศท่ามกลางการระบาดของโควิด-19

โดยหวังว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างน้อย 736,000 คน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศประมาณ 13 ล้านล้านรูเปียห์

ทว่า อินโดนีเซียเผชิญกับแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรงอีกครั้งจนกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ โดยมีผู้ติดเชื้อรายวันทะลุหลักหมื่นคนตั้งแต่เดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา

แม้ว่าตอนนี้โควิด-19 ในอินโดนีเซียจะผ่านจุดพีคมาแล้ว และสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้ง แต่ก็ยังคงเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีผู้คนเกือบ 20 ล้านคนเดินทางไปยังชวาและบาหลีในช่วงวันหยุดสิ้นปี

นอกจากนี้ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แอร์แคนาดา สายการบินแห่งชาติของประเทศแคนาดาได้จ้างอินฟลูเอนเซอร์โพสต์ภาพการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน

แต่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมากเนื่องจากขณะนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขอความร่วมมือให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้านและงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น