April Koh ซีอีโอหญิงที่อายุน้อยที่สุดของสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น

วันที่ 27 ก.ย. 2564 เวลา 18:30 น.
April Koh ซีอีโอหญิงที่อายุน้อยที่สุดของสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น
เพราะปัญหาสุขภาพจิตที่เคยเจอกับตัวทำให้เธอสร้างบริษัท Spring Health ขึ้นมา และตอนนี้มันกลายเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น

April Koh วัย 29 ปี ซีอีโอของบริษัทสตาร์ทอัพ Spring Health กลายเป็นผู้นำหญิงของบริษัทมูลค่าหลักพันล้านเหรียญสหรัฐที่อายุน้อยที่สุด หลังจากที่สามารถระดมทุนได้มูลค่า 190 ล้านเหรียญสหรัฐในการระดมทุนครั้งล่าสุด

การระดมทุนครั้งนี้ส่งผลให้ Spring Health สตาร์ทอัพที่ให้บริการด้านสุขภาพจิตของเธอกลายเป็นบริษัทระดับยูนิคอร์นรายใหม่ที่มีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐโดยใช้เวลา 5 ปี

จุดเริ่มต้นของ Spring Health

April Koh เล่าว่าในตอนที่เธอกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เธอพบว่าการเข้าถึงผู้ให้คำปรึกษาหรือบำบัดรักษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตนั้นเข้าถึงยากและมีราคาแพง

โดยเพื่อนๆ ของเธอต้องตระเวนพบจิตแพทย์ หรือหยุดเรียนเพื่อรักษาสุขภาพจิตของตัวเอง ขณะที่เธอพยายามอย่างมากในการหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับตัวเธอเอง

เธอมองว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของการรักษาสุขภาพจิตคือ "การลองผิดลองถูก" แม้ว่าจะมีแอปพลิเคชันมากมายที่อ้างว่าสามารถช่วยผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตได้ แต่ส่วนใหญ่มันต้องใช้การลงผิดลองถูกเพื่อค้นหานักบำบัดที่เข้ากับเราได้ ตลอดจนระบบการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง

Koh จึงตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มหนึ่งขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการแก้ปัญหาสุขภาพจิต โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านจิตเวชศาสตร์เฉพาะบุคคลเพื่อให้การดูแลที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

โดยในปี 2016 เธอได้ร่วมกับ Adam Chekroud และ Abhishek Chandra เพื่อเปิดตัว Spring Health โดยระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ "ให้การดูแลด้านสุขภาพจิตที่แม่นยำ" เพื่อแก้ปัญหาที่เธอและเพื่อนๆ ของเธอเคยเผชิญ

5 ปีสู่ความสำเร็จ

Spring Health ออกแบบมาเพื่อให้บริษัทต่างๆ มีช่องทางให้พนักงานของพวกเขาสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาและแก้ปัญหาด้านสุขภาพจิตมากขึ้น รวมถึงมีแผนดูแลสุขภาพจิตส่วนบุคคลด้วย

ซีอีโอกล่าวว่าสิ่งที่ทำให้บริษัทของเธอแตกต่างจากที่อื่นคือมุ่งเน้นให้บริการบริษัททุกแห่งและทุกประเภท ขณะที่บางแพลตฟอร์มมุ่งเน้นการให้บริการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เท่านั้น

โดยพนักงานในบริษัทที่เข้าร่วมจะทำแบบสอบถามเพื่อรับคำแนะนำและแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตตามคำตอบของพวกเขา

ซึ่งนอกจากจะเป็นการบริการด้านสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่ายและราคาถูกแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้พนักงานมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อศักยภาพในการทำงานอีกด้วย

ปัจจุบัน Spring Health ทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพกว่า 150 แห่งและบริษัทข้ามชาติถึง 500 แห่ง นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะขยายไปยังกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และเตรียมการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO)

Koh กล่าวว่าความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อของบริษัทในช่วงไม่กี่ปีทีผ่านมา

ที่มา: Forbes

ภาพโดย Spring Health