posttoday
ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

23 กรกฎาคม 2569

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ พร้อมอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน

โลกธุรกิจหลังปี 2562 พลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิง และไม่เคยกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย...

 

เริ่มต้นจากวิกฤตโรคระบาดที่บีบให้ทุกคนต้องล็อกดาวน์อยู่บ้าน ลากยาวมาจนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ ลุกลามสู่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่นับรวมถึงกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าที่ส่อเค้าว่าจะรุนแรงขึ้น ซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ผันผวนจนยากจะคาดเดาทิศทาง

 

วิกฤตซ้อนวิกฤตทั้งหมดนี้ เปรียบเสมือน "พายุลูกใหญ่" ที่กำลังถาโถมเข้าใส่ธุรกิจ SME ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย

 

ในงานสัมมนา THAILAND SMART SME 2026 : Unlock Financial Trap เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจในยุคนี้ โดยชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่ทางตัน แต่คือ "จุดเปลี่ยน" สำคัญที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องลุกขึ้นมาพลิกโฉมธุรกิจของตัวเองใหม่ทั้งหมด

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่

 

หลายครั้งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายของระบบเศรษฐกิจ เวลาไปติดต่อธุรกิจหรือขอสินเชื่อทีไรก็มักจะเจอความ "พิเศษ" ในแบบที่ไม่อยากได้สักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่สูงเป็นพิเศษ ขั้นตอนที่ยุ่งยากเป็นพิเศษ หรือแม้แต่ต้องรอนานเป็นพิเศษ สวนทางกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มักจะได้ต้นทุนต่ำกว่าและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่ามาก

 

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการธนาคารออมสินได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า หากเราลองถอยออกมามองภาพรวมให้กว้างขึ้น ต่อให้โลกนี้ไม่มีวิกฤตโควิด-19 หรือสงคราม ท้ายที่สุดแล้วทุกธุรกิจก็ต้องรับมือกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี หากมองให้ลึกลงไป ช่วงนี้คือจังหวะสำคัญที่เปิดทางให้ธุรกิจที่รู้จักปรับตัวสามารถพลิกเกมและก้าวขึ้นมาโดดเด่นได้

 

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพบ้านเมืองที่สงบสุข โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ปัจจัยทั้งหมดนี้ถือเป็น "แต้มต่อ" สำคัญที่ SME ไทยสามารถหยิบยกมาใช้เป็นฐานที่มั่น เพื่อขับเคลื่อนและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้

 

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

4 ทางรอด ปลดล็อกกับดักธุรกิจ SME

 

เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต คุณทรงพลได้เสนอแนวทาง "4 ทางรอด" ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศให้ผู้ประกอบการ SME นำไปปรับใช้ได้จริง ดังนี้

 

1. "วินัยทางการเงิน" หัวใจสำคัญและเกราะคุ้มกันธุรกิจ

จุดเริ่มต้นของการฝ่าวิกฤตไม่ใช่แค่การหาเงินให้ได้มากที่สุด แต่คือการเข้าใจสภาพคล่องและกระแสเงินสดของธุรกิจอย่างถ่องแท้ ผู้ประกอบการควรลงมือดูบัญชีด้วยตัวเองเพื่อให้รู้ต้นทุนที่แท้จริง และควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจแบบ "Me too" หรือแห่ทำตามกระแส

 

เพราะจะนำไปสู่สงครามตัดราคาจนทำให้กำไรหดหาย แต่ควรหันมาเน้นสร้างเอกลักษณ์และยกระดับคุณภาพสินค้าหรือบริการให้เหนือกว่าคู่แข่ง (Supremacy) ที่สำคัญ การทำบัญชีให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ยังเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อเพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

 

2. ค้นหาโอกาสใหม่และลดต้นทุนแฝง

ในยุคที่ของใช้ในชีวิตประจำวันกว่า 60% ไม่ได้ผลิตในประเทศไทยอีกต่อไป ผู้ประกอบการจึงต้องกลับมาทบทวนว่าจะบริหารต้นทุนอย่างไรให้ยังแข่งขันได้ หากเป็นต้นทุนทางการเงิน

 

ปัจจุบันสถาบันการเงินก็มีทางเลือกมากมายที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่มีประวัติชำระดี ธุรกิจต้องเร่งหาช่องว่างทางการตลาดและหาวิธีลดต้นทุนเพื่อให้มีกำไรเพิ่มขึ้น

 

3. กล้าทดลอง ปรับตัวให้ไว และสร้างความแตกต่าง

โลกธุรกิจยุคนี้ไม่มีที่ยืนให้กับความล่าช้า ผู้ประกอบการต้องกล้าทลายกรอบเดิมๆ แล้วกลับมาวิเคราะห์ว่า ปัญหาต้นทุนที่แท้จริงของเราอยู่ตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง วัตถุดิบ หรือต้นทุนทางการเงิน

 

จากนั้นต้องรีบปรับโครงสร้างให้ทันสถานการณ์ เพราะการย่ำอยู่กับที่และทำแต่สิ่งเดิมๆ ย่อมไม่อาจสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

 

4. ยกระดับขีดความสามารถด้วย "เทคโนโลยี"

หมดยุคการใช้แรงงานคนทำงานในส่วนที่เครื่องจักรทำได้ดีกว่าแล้ว ภาพจำของร้านขายปุ๋ยที่ต้องใช้คนแบกกระสอบ ปัจจุบันก็เปลี่ยนมาใช้รถโฟล์คลิฟต์และระบบไอทีเข้ามาช่วยจัดการ

 

หาก SME ต้องการเติบโตก็ต้องกล้าลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการผลิตและการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งทางธนาคารออมสินเองก็พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อช่วยยกระดับธุรกิจในส่วนนี้อย่างเต็มที่

 

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

 

ลมใต้ปีกที่พร้อมหนุน SME ไทย

 

ธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาถึง 113 ปี ยังเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้ได้เตรียมวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) ไว้สูงถึง 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันอนุมัติไปแล้วกว่าครึ่ง และยังมีวงเงินเหลืออีก 50,000 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีวินัยทางการเงิน นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อแบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นด้วย

 

สิ่งที่น่าสนใจและถือเป็นมิติใหม่ของวงการธนาคารคือ นโยบาย "ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าที่ประวัติการผ่อนชำระดี" โดยลูกค้าที่จ่ายตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอติดต่อกัน 3 ปี สามารถกดยืนยันรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ทันที ซึ่งเริ่มนำร่องแล้วในกลุ่มสินเชื่อบ้าน และเตรียมขยายความช่วยเหลือไปยังสินเชื่อ SME สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงบัตรเครดิต เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ

 

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีโครงการสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน วงเงิน 50,000 บาท ซึ่งสามารถยื่นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo หรือเว็บไซต์ได้โดยตรง เพื่อใช้เป็นเงินทุนก้อนแรกในการเริ่มต้นทำธุรกิจต่อไป

 

“SME พลาดได้ ล้มเลิกได้ เริ่มต้นใหม่ได้ และสุดท้ายก็จะเอาตัวรอดได้” คุณทรงพลกล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำความมั่นใจว่า ประเทศไทยยังมีรากฐานและโอกาสดี ๆ ซ่อนอยู่อีกมาก ขอเพียงผู้ประกอบการมีวินัยทางการเงิน ไม่หยุดพัฒนา และกล้าปรับตัว

 

ธนาคารออมสินก็พร้อมเดินเคียงข้างและสนับสนุนธุรกิจในทุกก้าวเดิน เพื่อร่วมฝ่าฟันทุกอุปสรรค และพาเศรษฐกิจไทยก้าวข้ามความท้าทายสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ

ออมสินอัดฉีดสินเชื่อซอฟต์โลน 5 หมื่นล้าน ชี้ 4 ทางรอด SME กู้วิกฤตธุรกิจ