
ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub-อดีตบอร์ด แจ้งเท็จปกปิดถูกแฮก 1.7 พันล้าน ปี 64
ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub และ 2 อดีตบอร์ด ฐานส่งรายงานเท็จ ปมทรัพย์สินลูกค้าถูกแฮก 1.7 พันล้านบาท เมื่อปี 64 ด้านบริษัทแจงทำเพื่อป้องกัน Bank Run ยันปัจจุบันทรัพย์สินลูกค้าปลอดภัย
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 ราย กรณีแจ้งข้อมูลเท็จในรายงานที่ส่งให้ ก.ล.ต.
- การแจ้งเท็จดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการปกปิดข้อมูลกรณีถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าเสียหายมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท เมื่อปี 2564
- Bitkub ชี้แจงว่าการไม่เปิดเผยข้อมูลในขณะนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแห่ถอนสินทรัพย์ (Bank Run) และผู้ร่วมก่อตั้งได้ชดเชยความเสียหายทั้งหมดแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัท ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตราเดียวกัน
โดยในกรณีดังกล่าวอดีตกรรมการบริษัทต้องรับผิดตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ รวมทั้งกล่าวโทษอดีตกรรมการบริษัทกรณีลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ได้ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด 16 สกุล โดยการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นเหตุให้มีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท และต่อมาพบข้อมูลว่า Bitkub ได้หาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564)
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า Bitkub ไม่ได้แจ้ง ก.ล.ต. ในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ. 1) ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์การถูกโจรกรรมที่เกิดขึ้น โดยในแบบรายงาน ดจ. 1 ฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของ Bitkub มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์การถูกโจรกรรม ซึ่งเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ)
ทั้งนี้ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ กรรมการของ Bitkub เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ดังนั้น บุคคลทั้ง 2 รายดังกล่าว จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ Bitkub ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ นายสกลกรย์ และนายทวีทรัพย์ ยังลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเอกสารของ Bitkub เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้โดยปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับ Bitkub จึงเข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวจำนวน 3 ราย ได้แก่ Bitkub นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปจะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ
โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอปพลิเคชัน SEC Check First และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส”
โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน กลต.” หรือ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป
Bitkub แจงทำเพื่อป้องกัน Bank Run
ด้าน บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ออกประกาศระบุว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ปรากฏข่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลในเอกสารของบริษัทฯ เป็นเท็จเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม 2564 (ประมาณ 5 ปีก่อน) นั้น
ลำดับแรก เพื่อความชัดเจนและความเข้าใจที่ต้องตรงกัน บริษัทฯ ขอเรียนว่าทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทฯ ได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า
บริษัทฯ ขอเรียนว่า มูลเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวโทษนั้น เป็นเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 และไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว แต่เกิดจากการที่บุคคลบางท่านที่ถูกกล่าวโทษ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ 1 ใบ ถูกโจรไซเบอร์โจรกรรมไปได้ ทั้ง ๆ ที่ในขณะเกิดเหตุ (คือ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 นั้น) ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ ทุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดและผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
โดยการตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของบุคคลข้างต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ Bank Run กล่าวคือ การที่ลูกค้าของบริษัทฯ ทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้น และมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับทางบริษัทฯ พร้อม ๆ กันจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้กับลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะอยู่ในระหว่างการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และหากเกิด Bank Run ขึ้นแล้ว จะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้
จากการที่ไม่มี Bank Run เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะยังติดตามเอาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ (Co-Founders) ก็ได้ออกรับช่วยเหลือยอมรับความเสียหายไว้แทน โดยการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้แก่บริษัทฯ เพื่อใช้ทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ทำให้บริษัทฯ และลูกค้าทั้งหมดของบริษัทฯ ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลยจากเหตุโจรกรรมนี้ ดังที่ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วว่า ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 กันยายน 2568) ทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทฯ มีความปลอดภัยและครบถ้วน (https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=12058)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาประโยชน์ของลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มิได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
ดังเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าการโจรกรรมในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก มิได้เกิดขึ้นกับบริษัทฯ เท่านั้น และเช่นเดียวกับผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในทุก ๆ ประเทศ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบงานภายในให้มีมาตรฐานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยตลอดมาจนถึงในปัจจุบัน ซึ่งทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับและการรับรองมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
- แพลตฟอร์มของบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยโดยเว็บไซต์จัดอันดับที่มีความน่าเชื่อถือ คือ Cer.Live ให้อยู่ในระดับ top 20 ของโลก ด้าน Cryptocurrency Exchange
- บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001 & ISO 27701 SOC 2 Type I
- บริษัทฯ มีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework
- บริษัทฯ ยังเป็นผู้นำทางด้านความปลอดภัยที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้า เช่น การนำเทคโนโลยี Passkey มาให้บริการแก่ลูกค้า และฟังก์ชั่น Self-Freeze ที่มีการยกระดับความปลอดภัยชั้นสูง รวมถึงได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี
บริษัทฯ ยังมีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เช่น Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC.
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าที่บริษัทฯ เก็บรักษาไว้ ได้อย่างโปร่งใส ผ่านงบการเงินของบริษัทฯ ที่ https://support.bitkub.com/th/solutions/articles?id=KM000009672
โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีความมั่นคงในการดำเนินการอย่างยิ่ง และยังคงเดินหน้าพัฒนาการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในทุกด้านต่อไป
ประการสำคัญ ปัจจุบันบริษัทฯ มีกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ
รวมทั้งมีระบบงานทางด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและการตรวจสอบภายในอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายและความโปร่งใสเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ได้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 แล้ว และบริษัทฯ จะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวอย่างถึงที่สุดต่อไป
อนึ่ง บริษัทฯ ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดงดเผยแพร่หรือให้ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน การดูแลทรัพย์สินลูกค้า หรือกิจการอื่น ๆ ของบริษัทฯ มิฉะนั้น บริษัทฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป







