ลาวพบไวรัสคล้ายโควิด-19 จากค้างคาวทางตอนเหนือ

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.
ลาวพบไวรัสคล้ายโควิด-19 จากค้างคาวทางตอนเหนือ
พบหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานที่ว่าโควิด-19 อาจไม่ได้มาจากแล็บ แต่เริ่มต้นจากการแพร่กระจายของไวรัสที่มีค้างคาวเป็นพาหะ

Bloomberg รายงานว่านักวิจัยจากสถาบัน Pasteur ของฝรั่งเศสร่วมกับมหาวิทยาลัยลาว ตรวจพบไวรัสที่มีคุณลักษณะสำคัญร่วมกับ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 จากฝูงค้างคาวเกือกม้า (Rhinolophus) หลายร้อยตัวที่อยู่อาศัยในถ้ำหินปูนทางตอนเหนือของลาว

การวิจัยดังกล่าวซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ลงบนวารสาร Nature แสดงให้เห็นว่าไวรัสที่มีความคล้ายคลีงกับ SARS-CoV-2 อย่างมากนั้นมีอยู่ในธรรมชาติ รวมทั้งในค้างคาวเกือกม้า ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานที่ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นจากการแพร่กระจายของไวรัสที่มีค้างคาวเป็นพาหะ

โดยพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีค้างคาวเกือกม้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

มาร์ค เอลอยต์ (Marc Eloit) จากสถาบัน Pasteur ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานวิจัยกล่าวว่า ไวรัสที่พบในลาวมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ BANAL-52, BANAL-103 และ BANAL-236 ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ SARS-CoV-2 ที่สุด และไวรัสเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เกิด SARS-CoV-2 ก่อนเชื้อดังกล่าวจะแพร่ระบาดสู่มนุษย์

โดยทีมวิจัยได้ศึกษาค้างคาว 645 ตัวจาก 46 สายพันธุ์ที่จับได้ในพื้นที่ 4 แห่งจากจังหวัดเวียงจันทน์และอุดมไซ โดยมีการเก็บตัวอย่างเลือด 275 ตัวอย่าง น้ำลาย 608 ตัวอย่าง อุจจาระ 539 ตัวอย่าง และปัสสาวะ 157 ตัวอย่าง ระหว่างเดือนก.ค. 2020 ถึงเดือนม.ค. 2021

ก่อนหน้านี้มีการศึกษาหลายฉบับที่ระบุว่าพบไวรัสคล้าย SARS-CoV-2 จากค้างคาวเช่นกัน อาทิ ไวรัส RhGB01 จากค้างคาวเกือกม้าในสหราชอาณาจักร, ไวรัส RacCS203 จากค้างคาวเกือกม้าจากประเทศไทย, ไวรัส RmYN02 และ RaTG13 ซึ่งพบในค้างคาวจากยูนนาน ประเทศจีน

ขณะที่เดือนที่ผ่านมาหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐได้ตัดความเป็นไปได้ที่ SARS-CoV-2 จะถูกพัฒนาโดยจีนเพื่อใช้เป็นอาวุธชีวภาพ เนื่องจากไม่มีหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีการรั่วไหลในห้องปฏิบัติการ แต่ยังคงไม่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมัน

Photo by REUTERS/Cindy Liu