สหรัฐลดแสนยานุภาพในตะวันออกกลาง เล็งรับมือจีน-รัสเซีย

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 13:42 น.
 สหรัฐลดแสนยานุภาพในตะวันออกกลาง เล็งรับมือจีน-รัสเซีย
สหรัฐอาจจะเล็งเห็นว่าตะวันออกกลาง "คุมได้" แล้ว แต่ภัยคุกคามใหม่คือจีนกับรัสเซียจะต้องรีบรับมือโดยด่วน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่ากำลังลดจำนวนทหารและหน่วยป้องกันภัยทางอากาศที่ประจำการในตะวันออกกลาง ซึ่งยืนยันรายงานของ Wall Street Journal ก่อนหน้านี้ว่าามีการย้ายหน่วยขีปนาวุธ Patriot จำนวน 8 หน่วยออกจากภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดกับอิหร่าน หลังจากที่ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่านเผชิญหน้าดุดเดือดขึ้นในปี 2019 และกองทัพสหรัฐเพิ่มขึ้่นอย่างมากทั่วทั้งภูมิภาค

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal กล่าวว่า หน่วยต่อต้านขีปนาวุธ Patriot ถูกถอนกำลังออกจากอิรัก คูเวต จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย และได้มีการย้ายระบบต่อต้านขีปนาวุธที่เรียกว่า THAAD จากซาอุดีอาระเบียด้วยเช่นกัน

หน่วยขีปนาวุธแต่ละหน่วยจำเป็นต้องใช้ทหารและพลเรือนหลายร้อยคนเพื่อปฏิบัติการและสนับสนุน

เจสสิก้า แมคนูลตี โฆษกเพนตากอนกล่าวว่า หน่วยงานบางส่วนกำลังถูกส่งไปประจำการในประเทศอื่นๆ และบางส่วนได้กลับมายังสหรัฐเพื่อทำการบำรุงรักษา แต่จะได้บอกว่าจะย้ายหน่วยที่ปรับใช้ใหม่ไปที่ใด

“การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศของสถานที่ และด้วยวิสัยทัศน์ชัดเจนในการรักษาความสามารถของเราในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านความมั่นคงของเรา” แมคนูลตีกล่าวในอีเมล

“เรารักษาท่าทีที่แข็งแกร่งในภูมิภาคที่เหมาะสมกับภัยคุกคาม และเราสบายใจที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติของเรา” แมคนูลตีกล่าว

"เรายังรักษาความยืดหยุ่นในการส่งกองกำลังกลับเข้าสู่ตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็วตามเงื่อนไข"

กองทัพสหรัฐกำลังปรับสถานะทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ขณะถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานโดยสิ้นเชิง และเล็งภัยคุกคามที่มากขึ้นจากจีนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เพนตากอนยังได้ลดจำนวนทหารในอิรักเมื่อปีที่แล้วเหลือ 2,500 นาย ซึ่งสนับสนุนกองกำลังอิรักในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)

อิหร่านยังคงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญทั่วทั้งตะวันออกกลาง แต่รัฐบาลของไบเดนกำลังเจรจาเพื่อฟื้นฟูข้อตกลงกับอิหร่านในการหยุดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ซึ่งอาจมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งหากเป็นจริงความตึงเครียดในภูมิภาคนี้จะลดลง

แมคนูลตีกล่าวว่า "กระทรวงกลาโหมคงกองกำลังนับหมื่นในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตัวแทนของแสนยานุภาพทางอากาศและแสยานุภาพทางทะเลที่ก้าวหน้าที่สุดของเรา เพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ของชาติสหรัฐและความเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคของเรา

อย่างไรก็ตาม การถอนกำลังจากตะวันออกกลางครั้งนี้ถุกมองว่าเพื่อเป็นการปรับยุทธศาสตร์เพื่อต้านทานการผงาดของจีนและการคุกคามของรัสเซีย

สำนักข่าว CNN ตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อมุ่งเน้นความพยายามในการต่อต้านจีนและรัสเซียในฐานะภัยคุกคามในอนาคต โดยถอยห่างจากสงครามในตะวันออกกลางที่เคยสู้รบมาในอดีต

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐใกล้จะเสร็จสิ้นการทบทวนกองกำลังสหรัฐทั่วโลกแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีการประเมินว่าจีนเป็น "ความท้าทายขึ้นมเรื่อยๆ" ต่อกองทัพสหรัฐ คณะทำงานเฉพาะกิจเรื่องจีนของเพนตากอนเพิ่งเสร็จสิ้นการทำงาน และส่งข้อเสนอแนะไปยังเบื้องบน ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อยุทธศาสตร์ของสหรัฐ

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอนกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "ความคิดริเริ่มเหล่านี้ ซึ่งบางส่วนจะยังคงเป็นความลับอยู่ ออกแบบมาเพื่อเน้นกระบวนการและขั้นตอนของกระทรวง และช่วยให้ผู้นำแต่ละกกระทรวงมีส่วนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลทั้งหมดในการจัดการกับความท้าทายของจีน"

Photo by FADEL SENNA / AFP